เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคมแทนตำแหน่งที่ว่างของคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกายจำนวน 2 รูป
ประกอบด้วย พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) วัดสามพระยา พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร และพระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร
อันเนื่องจาก พระพรหมเสนาบดี (พิมพ์ ญาณวีโร) วัดปทุมคงคาราชวรวิหาร และพระพรหมวัชรเมธี (สมเกียรติ โกวิโท) วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ขอลาออกจากตำแหน่งก่อนวาระ
พระบรมราชโองการพระกรุณาโปรดแต่งตั้งดังกล่าวทั้งสองรูป กำหนดให้อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
มหาเถรสมาคม เป็นองค์กรบริหารกิจการพระพุทธศาสนาสูงสุดของประเทศไทย เริ่มต้นใช้เป็นครั้งแรก เมื่อประกาศใช้พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. 121 (พ.ศ.2445)
ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ปัจจุบัน ได้มีการตราพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2561 แก้ไขโครงสร้างของมหาเถรสมาคมขึ้นใหม่
กำหนดให้มหาเถรสมาคม ประกอบด้วย สมเด็จพระสังฆราช ทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการโดยตำแหน่ง และกรรมการอื่นอีกไม่เกิน 20 รูป มักแบ่งเป็นฝ่ายมหานิกายและธรรมยุตฝ่ายละ 10 รูป
สำหรับกรรมการอื่นนั้น พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากสมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ หรือพระภิกษุซึ่งมีพรรษาอันสมควร และมีจริยวัตรในพระธรรมวินัยที่เหมาะสมแก่การปกครองคณะสงฆ์
ทั้งนี้ ตามความในมาตรา 14 ของกฎหมายดังกล่าว กรรมการมหาเถรสมาคมซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี และอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้
มาตรา 15 ตรี กำหนดอำนาจหน้าที่มหาเถรสมาคมไว้ว่าปกครองคณะสงฆ์ให้เป็นไปโดยเรียบร้อยดีงาม โดยการจัดระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎมหาเถรสมาคม
ปกครองและกำหนดการบรรพชาสามเณรควบคุมและส่งเสริมการศาสนศึกษา การศึกษาสงเคราะห์ การเผยแผ่ การสาธารณูปการ และการสาธารณสงเคราะห์ของคณะสงฆ์
รวมทั้งรักษาหลักพระธรรมวินัยของพระพุทธศาสนา และปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น ดังนั้นจึงเป็นภารธุระที่สำคัญยิ่ง เพื่อความวัฒนาสถาวรสืบไป