นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถูกร้องเรียนขอให้องค์กรอิสระตรวจสอบในเรื่องต่างๆ ขณะนี้มีอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 10 เรื่อง โดยบุคคลที่รู้จักกันดี
บางเรื่องยื่นขอให้ตรวจสอบตั้งแต่ยังไม่ได้รับตำแหน่ง บางเรื่องเมื่อได้รับตำแหน่งแล้วแต่ยังไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ และบางเรื่องก็ไม่มีใครคิดว่าจะเป็นเรื่องได้
เช่นกรณีการแสดงสัญลักษณ์ส่งความรัก ความห่วงใย ขณะแต่งชุดปกติขาว ก็นำมาเป็นเหตุให้ถูกยื่นร้องให้ตรวจสอบ ซึ่งหวังผลถึงขั้นถูกวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่ง
อย่างไรก็ตาม นักการเมืองถือว่าเป็นบุคคลสาธารณะ ย่อมเป็นเหตุให้ถูกตรวจสอบได้ในทุกกรณี แต่ควรเป็นเรื่องที่ส่งผลต่อประโยชน์สาธารณะ มีผลกระทบต่อประชาชนจริงๆ
ที่ผ่านมา มีรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีมีอันต้องพ้นจากตำแหน่งด้วยคำวินิจฉัยขององค์กรอิสระจำนวนไม่น้อย แต่ภายหลังก็ไม่ได้มีความผิดจริง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายและประเทศชาติก็สูญเสียโอกาส
ต่อกรณีที่เกิดขึ้นดังกล่าวนี้ หลายฝ่ายมีความตระหนักและหาทางระงับยับยั้งไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายที่ให้อำนาจองค์กรอิสระอย่างล้นเกิน
อดีตตุลาการท่านหนึ่งแสดงความคิดเห็นต่อการร้องเรียนและข้อร้องเรียนเพื่อเอาผิดบุคคลทางการเมืองไว้อย่างน่าสนใจว่าเป็นไปด้วยเจตนาอันบริสุทธิ์เพื่อให้งานของรัฐบาลดีขึ้นหรือไม่
แต่ถ้ายื่นตรวจสอบที่มีข้อมูลอันเป็นเท็จและปราศจากความจริงอาจจะมีความผิดได้หรือไม่ เพราะสิทธิส่วนบุคคล สิทธิในครอบครัว เกียรติยศ ชื่อเสียงหรือความเป็นอยู่ส่วนตัวย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
พร้อมยกตัวอย่างแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4301/2541 ว่าผู้ร้องเหล่านั้นอาจมีความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 ประกอบมาตรา 328
หากเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ต่างๆ ก็อาจความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 และมาตรา 14(1) ที่ต้องระวางโทษจำคุกหรือทั้งจำทั้งปรับ
แต่ที่ผ่านมายังไม่มีกฎหมายใดหรือผู้เสียหายรายใดยื่นร้องเอาผิดกับกรณียื่นร้องอันเป็นเท็จ และมีเจตนาไม่บริสุทธิ์และมีผลประโยชน์อื่นๆ แอบแฝงนี้ได้เลย
จะเป็นไปได้หรือไม่ ในอนาคตต่อจากนี้ไปการยื่นร้องเรื่องใดๆ ที่ไม่ได้เป็นไปด้วยบรรทัดฐานที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ หรือมุ่งเอาผิดด้วยความรู้สึกหรือประโยชน์ส่วนตัวจักต้องได้รับการคุ้มครอง