ตามที่พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ.2567 หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม ได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 โดยจะมีผลใช้บังคับในอีก 120 วันข้างหน้า

กระทรวงมหาดไทย ระบุว่า แม้มีความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ให้เริ่มนับหนึ่งในวันประกาศราชกิจจานุเบกษา แต่โดยทั่วไปและที่ผ่านมา กรมการปกครองจะเริ่มนับหนึ่งในวันรุ่งขึ้นจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ในที่นี้กฎหมายสมรสเท่าเทียมครบ 120 วันในวันที่ 22 มกราคม 2568 จึงจะมีผลใช้บังคับวันที่ 23 มกราคม 2568

กฎหมายนี้ไม่เพียงมอบคืนสิทธิให้กับบุคคลหลากหลายทางเพศและทุกเพศสภาพ แต่มาพร้อมกับหน้าที่ในฐานะคู่สมรส ตามข้อกฎหมายอื่นๆ อีกด้วย

ทั้งนี้ มีการระบุถึงสิทธิและหน้าที่ต่างๆ เมื่อกฎหมายสมรสเท่าเทียมใช้บังคับ ที่มีผลทันที เช่น การหมั้น ทำได้ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ การสมรส ก็เช่นเดียวกัน แต่ในกรณีมีเหตุอันสมควร ศาลอาจอนุญาตให้สมรสก่อนนั้นได้

การจดทะเบียนสมรส ทำได้ต่อเมื่อบุคคลสองคนยินยอมเป็นคู่สมรสกันและต้องแสดงการยินยอมให้ปรากฏโดยเปิดเผยต่อหน้านายทะเบียน และให้นายทะเบียนบันทึกความยินยอมนั้นไว้ด้วย

ยังมีเรื่องของการหย่า การจัดการทรัพย์สิน การจัดการหนี้สิน สิทธิประโยชน์และสวัสดิการจากรัฐ สิทธิการรักษาพยาบาล การอุปการะเลี้ยงดู รวมถึงเรื่องของการรับบุตรบุญธรรม

ซึ่งเหล่านี้ไม่ใช่การให้สิทธิใหม่ แต่เป็นการคืนสิทธิให้คนกลุ่มนี้

นับตั้งแต่สภาผู้แทนราษฎรรับหลักการร่างกฎหมายวาระแรก เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2566 ในยุครัฐบาลอดีตนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน กระทั่งกฎหมายได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก็เป็นเวลา 9 เดือนเต็ม

ตามกรอบกฎหมาย 120 วันที่จะมีผลใช้บังคับ 23 มกราคม 2568 ระหว่างนี้ส่วนราชการโดยเฉพาะหน่วยงานสังกัดกระทรวงมหาดไทย ต้องเตรียมความพร้อม ศึกษาทำความเข้าใจรายละเอียดข้อกฎหมายใหม่ที่ผูกพันทั้งอาญาและแพ่ง การแก้ไขกฎระเบียบกระทรวงให้สอดคล้อง

รวมถึงประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวางให้ประชาชนได้รับรู้ เข้าใจถึงสิทธิและหน้าที่ต่างๆ อย่างถูกต้อง

เพื่อให้คู่สมรสที่ประสงค์จะจดทะเบียนตามกฎหมายใหม่ได้รับความสะดวก เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย จุดเริ่มต้นประวัติศาสตร์ความเสมอภาคเท่าเทียมทุกเพศสภาพให้เกิดขึ้นในประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน