เชียงใหม่เป็นจังหวัดหนึ่งในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนซึ่งประสบกับปัญหาน้ำท่วมเกือบทุกปี หนึ่งในสาเหตุหลักมาจากสภาพภูมิศาสตร์

การมีลำน้ำปิง สลับกับที่ราบลุ่มแอ่งรับน้ำช่วงฝนมาก เมื่อปริมาณฝนสูงขึ้น น้ำจากต้นน้ำจะไหลหลากลงมาสมทบกันทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ต่ำ โดยเฉพาะตัวเมืองซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำปิง

เหตุการณ์น้ำท่วมเชียงใหม่ครั้งใหญ่ที่สะท้อนถึงความรุนแรงของปัญหา ได้แก่ เหตุการณ์น้ำท่วมเชียงใหม่ปี 48 ส่งผลให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจหลายพันล้านบาท และในปี 54 สถานการณ์ยกระดับความหนักหน่วง พื้นที่ประสบภัยขยายวงกว้าง ความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงกว่า 1 หมื่นล้านบาท

แต่ปี 67 นี้ถือว่าหนักสุดโดยเฉพาะในเขตตัวเมือง กล่าวกันว่าหนักกว่าปี 54 เสียด้วยซ้ำ

จากข้อมูลศึกษาพบว่า เชียงใหม่ประสบอุทกภัยหนักขึ้นทุกปี สาเหตุจากหลากหลายปัจจัยประกอบกัน ตั้งแต่สภาพภูมิศาสตร์ การรุกล้ำลำน้ำ ปริมาณฝน การขยายตัวของเมือง ผังเมือง ทรัพยากรป่าไม้ลดลง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น

เชียงใหม่ขยายตัวสูงสุดในภาคเหนือ แต่เป็นการเติบโตแบบกระจัดกระจายไร้ทิศทาง อาคาร สิ่งปลูกสร้าง ถนนที่เพิ่มขึ้น การถมคูคลอง ทำให้การระบายน้ำไม่เป็นระบบ การรุกล้ำลำน้ำปิง ทำให้ปัญหารุนแรงยิ่งขึ้น

การขาดการวางแผนผังเมืองที่ดี แนวทางการพัฒนาเมือง การควบคุมการใช้ที่ดิน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ล้วนแล้วแต่ปัจจัยหนุนเสริมต่อการก่อเกิดของปัญหาน้ำท่วมทั้งสิ้น

ในยุครัฐบาล คสช.ปี 61 ได้ริเริ่มจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี พร้อมประกาศใช้ พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ จัดตั้งคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการชี้ว่าแม้จะมีแผนแม่บทและคณะกรรมการระดับชาติ แต่การตัดสินใจสำคัญยังกระจุกอยู่ที่ส่วนกลาง จึงไม่ตอบโจทย์การรับมือสถานการณ์เฉพาะหน้า แก้ไขปัญหาได้ไม่ตรงจุดของแต่ละพื้นที่

การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องให้หน่วยงานท้องถิ่นมีอำนาจตัดสินใจและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ รวมถึงการจัดวางผังเมืองในพื้นที่ของตนเองมากขึ้น

ข้อท้วงติงนี้เป็นหน้าที่รัฐบาลต้องตีโจทย์ให้แตก เพื่อให้แผนบริหารจัดการมีประสิทธิภาพแก้ไขปัญหาได้จริง ไม่เฉพาะกับ จ.เชียงใหม่ หรือภาคเหนือ แต่หมายถึงทุกพื้นที่จังหวัดทั่วประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน