มีประชาชนเข้าแจ้งความผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ดิ ไอคอน กรุ๊ป จำกัด มากกว่า 1,000 คน รวมมูลค่าความเสียหายหลายร้อยล้านบาท และยังมีผู้เสียหายเดินทางเข้ามาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดตำรวจเข้าจับกลุ่มผู้บริหารกลุ่ม “บอส” แล้ว 18 คน ข้อหาฉ้อโกงประชาชนและความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ขณะที่ ปปง.ประเดิมอายัดทรัพย์ 4 ผู้บริหารบริษัท เบื้องต้นมูลค่ารวม 125 ล้านบาท

สิ่งที่ทำให้สังคมถึงกับช็อก ไม่เพียงกลุ่มดารานักแสดงชื่อดังถูกจับ แต่ยังเกี่ยวกับข่าวการเปิดโปงรายวันถึงเบื้องหลังการเติบโตของบริษัท ดิ ไอคอนฯ

ที่มีกลุ่มบุคคลซึ่งถูกเรียกว่า “เทวดา” คอยปกป้องคุ้มภัยการดำเนินธุรกิจ ไม่ให้กฎหมายเอื้อมมือเข้าไปแตะต้อง

จากคำให้การของอดีตพนักงานบริษัท ดิ ไอคอนฯ ระบุ มีการจัดเครื่องเซ่นไหว้ให้เจ้าหน้าที่ใน 4 หน่วยงานรัฐ ซึ่งอยู่ภายใต้อิทธิพลของเทวดา ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา หรือตั้งแต่ปี 2563 นับหมื่นล้านบาท

ก่อนหน้านั้นมีการแฉ “คลิปเสียง” สนทนา ซึ่งบิ๊กบอสผู้ก่อตั้งบริษัท ยอมรับว่าหนึ่งในคู่สนทนาเป็นเสียงของตนเองจริง

คลิปแรก พาดพิงถึงหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค รวมถึงยอมรับว่าเคยถูกเรียกรับเงินเป็นประจำ ทั้งจากทนายความและนักร้องเรียน คลิปที่สอง เป็นเสียงสนทนากับนักการเมืองคนหนึ่ง พูดถึงการให้เงิน “ค่าดูแล” เดือนละแสน แลกกับการเคลียร์ปัญหาถูกร้องเรียนในชั้นกรรมาธิการ

ต่อมามีกระแสข่าว นักการเมืองเสียงคุ้นๆ ดังกล่าว น่าจะเป็นคนใกล้ชิดนักการเมืองใหญ่ ที่เชื่อกันว่าคือเทวดาตัวจริง

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ชี้แจงว่าบริษัท ดิ ไอคอน กรุ๊ป จดทะเบียนประกอบธุรกิจ “ตลาดแบบตรง” หมายถึงการตลาดที่ผู้ประกอบธุรกิจขายสินค้าหรือบริการผ่านสื่อ ที่มีช่องทางตอบกลับ หรือมีระบบตะกร้าสั่งซื้อให้กับผู้บริโภคโดยตรง

ต่างจากธุรกิจ “ขายตรง” ที่เป็นการขายสินค้าหรือบริการ ที่มีผู้ขายอิสระเป็นตัวแทนนำไปขายให้ผู้ซื้อโดยตรง

จากนี้คดี ดิ ไอคอนฯ จะมีผู้ต้องหาชุดสอง ชุดสาม หรือชุดที่สร้างความตื่นตะลึงมากกว่านี้หรือไม่ “เทวดา” จะคุ้มภัยตัวเองได้หรือไม่

เป็นเรื่องที่สังคมสนใจติดตาม ไปพร้อมกับเพิ่มความระมัดระวัง ไม่เชื่อคำชักชวนลงทุนเพียงเพราะเห็นว่าผู้นำเสนอเป็นดาราคนดัง แต่ควรศึกษาอย่างละเอียดรอบคอบว่าโมเดลธุรกิจเครือข่ายดังกล่าวเป็นการขายฝัน เข้าข่ายเป็นแชร์ลูกโซ่หรือไม่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน