ความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร กำลังเป็นที่เฝ้ามองและติดตามอีกครั้ง หลังประกาศลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานีเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลับคืนสู่ประเทศไทย
ระหว่างวันที่ 13-14 พฤศจิกายนนี้ อดีตนายกรัฐมนตรี มีกำหนดเดินทางไปพบปะเยี่ยมเยือนประชาชนในหลายอำเภอ คาดว่าจะมีผู้มารอต้อนรับเป็นจำนวนมาก
เป็นที่ทราบกันดีว่าในวันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน เป็นวันเลือกนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทียบเท่ากับผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากประชาชน ได้แก่จังหวัดอุดรธานี
พื้นที่แห่งนี้ มีการแข่งขันที่น่าจับตา ได้แก่ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยและผู้สมัครพรรคประชาชน เป็นสนามการเมืองท้องถิ่นที่พรรคเพื่อไทยจะพ่ายแพ้ไม่ได้
จังหวัดอุดรธานี แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 20 อำเภอ มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรวม 10 เขต พรรคเพื่อไทยได้ 7 เขต ไทยสร้างไทยได้ 2 เขต และพรรคก้าวไกลในขณะนั้นได้ 1 เขต
เมื่อตรวจสอบจากคะแนนบัญชีรายชื่อในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พบว่าพรรคเพื่อไทยได้ 328,084 คะแนน พรรคก้าวไกลหรือพรรคประชาชนในปัจจุบันได้เป็นลำดับที่สอง 229,386 คะแนน
ความนิยมที่ประชาชนมอบหมายให้ในขณะนั้นถือว่าพรรคก้าวไกลไม่ธรรมดา ขณะที่พรรคเพื่อไทยที่เคยได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งจังหวัดพ่ายแพ้ไป 3 เขต
การเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้ พรรคประชาชนได้ระดมแกนนำคนสำคัญ ทั้งอดีตพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกลและพรรคประชาชนลงพื้นที่หาเสียงอย่างมุ่งมั่น
ทั้งนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล น.ส.พรรณิการ์ วานิช นายชัยธวัช ตุลาธน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ปักหลักอยู่ในพื้นที่และมีข่าวว่านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จะบินมาร่วมช่วยหาเสียงด้วย
ขณะที่พรรคเพื่อไทยนั้น มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและแกนนำพรรคออกพบปะชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง คาดว่าในสัปดาห์นี้จะจัดทัพใหญ่ลงไปช่วยอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ดี เมื่อนายทักษิณออกมาเคลื่อนไหว ขออาสาลงไปเป็นผู้ช่วยหาเสียงอีกคน สนามนี้จึงเต็มไปด้วยความคึกคัก มากมายด้วยสีสัน การแข่งขันจึงยกระดับสูงขึ้นไปอีกขั้น
การเสนอนโยบายเพื่อรับใช้ชาวบ้าน ยิ่งหลากหลายยิ่งเป็นผลดีในระบอบประชาธิปไตย จึงควรสนับสนุนให้ทุกฝ่ายได้นำเสนออย่างเต็มที่ แล้วประชาชนจะเป็นคนตัดสิน