นายกรัฐมนตรีไปเข้าร่วมการประชุมผู้นำประเทศเขตความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปก ที่ประเทศเปรู มีกำหนดถึงวันที่ 18 พ.ย.2567
โดยรัฐบาลระบุว่า นายกฯ จะใช้การเข้าร่วมเวทีระดับโลกนี้ เพื่อแสดงความมุ่งมั่นของไทยในการมีส่วนร่วมในเวทีพหุภาคี และสร้างความเชื่อมั่น
พร้อมทั้งยืนยันความต่อเนื่องของนโยบายต่างๆ ที่รัฐบาลไทยพร้อมจะมีส่วนร่วมสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายว่าด้วยเศรษฐกิจบีซีจี เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว
นอกจากนี้ นายกฯ จะหารือทวิภาคีกับผู้นำเขตเศรษฐกิจที่เข้าร่วมประชุม โดยเฉพาะประธานาธิบดีเปรู เจ้าภาพเอเปกครั้งนี้ โดยมีเป้าหมายเชิญชวนให้เข้ามาลงทุนในไทยมากยิ่งขึ้น
ความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก ก่อตั้งเมื่อปี 2532 เพื่อส่งเสริมการเปิดเสรีการค้าการลงทุน ความร่วมมือด้านสังคม การพัฒนาเพื่อสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุม ยั่งยืน และมั่งคั่ง
ปัจจุบันมีสมาชิก 21 เขตเศรษฐกิจ ประกอบด้วย ไทย ออสเตรเลีย แคนาดา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน ฮ่องกง นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน ชิลี เม็กซิโก ปาปัวนิวกินี เปรู รัสเซีย และเวียดนาม
ในการประชุมครั้งนี้ นายกฯ จะหารือกับผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก และแขกพิเศษของประธานเอเปก อีกทั้งยังจะหารือระหว่างผู้นำเอเปก กับสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปก
นับเป็นเวทีระดับโลกที่นายกฯ ไทยจะใช้โอกาสนี้แสดงวิสัยทัศน์ สร้างความเชื่อมั่นต่างๆ เพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจในอนาคต
ขณะเดียวกัน นายกฯ ยังเดินทางไปนครลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา เพื่อมอบนโยบายแก่เอกอัครราชทูต กงสุลใหญ่ และหัวหน้าสำนักงานทีมประเทศไทยในภูมิภาคอเมริกา
เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือกับประเทศในภูมิภาคอเมริกา ส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงของมนุษย์ ส่งเสริมการค้าการลงทุนเพิ่มเติมในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่เป็นเป้าหมายของไทย
รวมทั้งหารือกับภาคเอกชนสหรัฐ เพื่อสร้างเครือข่ายกับสมาคมผู้สร้างภาพยนตร์แห่งสหรัฐ โดยจะเชิญชวนให้เข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของไทย
ประชาชนคนไทยคาดหวังว่าการไปนครลอสแองเจลิส และเข้าร่วมประชุมเอเปก จะนำมาซึ่งผลประโยชน์ประเทศ โดยเฉพาะด้านการค้าการลงทุน