สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม หรือเอสเอ็มอี กลับมาสู่ระดับความเชื่อมั่นอีกครั้ง
โดยค่าดัชนีในเดือนตุลาคม 2567 อยู่ที่ระดับ 52.2 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ระดับ 49.6 เป็นการปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน หลังชะลอลงต่ำกว่าระดับความเชื่อมั่นต่อเนื่อง 3 เดือน
สสว.ระบุด้วยว่าสำหรับดัชนีความเชื่อมั่นฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 54.4 ปรับตัวดีขึ้น ตามความคาดหวังของกำลังซื้อที่สูงขึ้นจากปัจจัยชั่วคราว
ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นการใช้จ่ายจากภาครัฐ แรงส่งช่วงไฮซีซั่น โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว
การที่ดัชนีความเชื่อมั่นเอสเอ็มอีสูงขึ้นต่อเนื่อง 3 เดือนนั้น สสว.ระบุว่าเนื่องจากมาตรการกระตุ้นการบริโภคผ่านการแจกเงิน 1 หมื่นบาท เฟสแรก ที่มีผลตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายน 2567
จึงส่งผลดีกับกลุ่มธุรกิจค้าส่ง สินค้าอุปโภคบริโภค และยังเห็นแนวโน้มการใช้จ่ายในกลุ่มสินทรัพย์คงทน เช่น รถจักรยานยนต์ เครื่องจักรอุปกรณ์ทางการเกษตร เป็นต้น
นอกจากนี้ หลายพื้นที่ยังได้รับผลบวกจากกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว รวมถึงเทศกาลงานบุญ และประเพณีประจำปี ช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในช่วงสั้นๆ ได้เป็นอย่างดี
แสดงให้เห็นส่วนหนึ่งว่า การแจกเงินหมื่นเฟสแรกของรัฐบาล ค่อยๆ ส่งผลต่อการฟื้นตัวของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี
สำหรับโครงการเงินหมื่นเฟสแรกนั้น รัฐบาลจ่ายให้กลุ่มเปราะบาง คือผู้ที่ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ และผู้พิการ รวมประมาณ 14.5 ล้านคน วงเงิน 1.45 แสนล้านบาท ขณะนี้อยู่ในช่วงโอนเงินรอบเก็บตกครั้งสุดท้าย
ส่วนเงินหมื่นเฟส 2 รัฐบาลกำหนดเงื่อนไขเป็นประชาชนผู้สูงวัยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และต้องเป็นผู้ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่นของรัฐบาลไปแล้ว ประมาณ 4 ล้านคน ใช้วงเงิน 4 หมื่นล้านบาท
ล่าสุดรัฐบาลยืนยันยังเป็นไปตามกรอบเวลาเดิม คือภายในวันที่ 29 มกราคม 2568 พร้อมกับออกมาตรการชุดใหญ่ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี
ปัจจัยจากฤดูท่องเที่ยว แรงหนุนจากเงินหมื่น และมาตรการช่วยเหลือต่างๆ น่าจะช่วยให้เกิดความเชื่อมั่น และกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงท้ายปีต่อเนื่องต้นปี