สำนักโพลดังเปิดเผยผลสำรวจส่งท้ายปี ต่อคำถามประชาชนเหนื่อยหน่ายกับอะไรบ้างในปี 2567 ที่กำลังจะผ่านพ้นไป
เมื่อถามถึงความสุขในรอบปีที่ผ่านมา พบว่า ร้อยละ 39.92 ระบุ ค่อนข้างมีความสุข เพราะมีความสุขทั้งกับตัวเองและครอบครัว ชีวิตการทำงานราบรื่น ไม่มีอุปสรรค ร้อยละ 32.52 ระบุไม่ค่อยมีความสุข เพราะมีปัญหาทางการเงินที่เกิดจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น และรู้สึกเบื่อหน่ายกับความวุ่นวายของสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่มีความแน่นอน
ขณะที่ร้อยละ 18.17 ระบุ มีความสุขมาก เพราะการใช้ชีวิตเป็นไปอย่างราบรื่น สุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่มีเรื่องใดที่ต้องกังวล และร้อยละ 9.39 ระบุว่า ไม่มีความสุขเลย เพราะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ส่งผลให้เกิดปัญหาหนี้สินสะสม
การใช้ชีวิตเป็นไปอย่างยากลำบาก และไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้
ต่อคำถามถึงสิ่งที่เหนื่อยหน่าย ร้อยละ 52.14 ระบุ ปัญหาเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อรายได้และชีวิตความเป็นอยู่ ร้อยละ 28.09 ปัญหาภัยไซเบอร์ ร้อยละ 27.86 ปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง ร้อยละ 21.60 ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ร้อยละ 14.89 ปัญหาราคาพลังงาน ร้อยละ 13.59 ปัญหาสิ่งแวดล้อม ภัยทางธรรมชาติ
ร้อยละ 13.44 ปัญหาสุขภาพ โรคระบาด ร้อยละ 12.98 ปัญหาอาชญากรรม ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ร้อยละ 12.90 ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร ร้อยละ 11.45 ปัญหาความขัดแย้งในสังคม ร้อยละ 9.85 ปัญหาการคอร์รัปชั่นในทุกระดับ
ร้อยละ 9.69 ปัญหาการจราจร ร้อยละ 5.57 ปัญหาความไม่เป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม ร้อยละ 4.81 ปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรมในระบบราชการ และร้อยละ 2.06 ปัญหาสงครามความขัดแย้งในต่างประเทศ
เมื่อกลางเดือนธ.ค. นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร แถลงผลงานรอบ 3 เดือน พร้อมมอบนโยบาย “2568 โอกาสไทย ทำได้จริง” กรอบทำงานและโครงการเรือธงในปี 2568 ประกอบด้วย โครงการขุดลอกคูคลอง ขายดิน สร้างอาชีพประชาชน
เร่งแก้ปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 เปิดโอกาสธุรกิจสุราพื้นบ้าน นำร่องโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน โครงการบ้านเพื่อคนไทย เดินหน้ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เงินดิจิทัลเฟส 2 และล่าสุดกดปุ่มเปิดคิกออฟ 30 บาทรักษาทุกที่ ครอบคลุมทั่วประเทศ 1 ม.ค.2568
นายกฯ ประกาศให้ปี 2568 เป็นปีของโอกาสที่จับต้องได้ จะสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรม จะสร้างสิ่งฝันให้เกิดขึ้นจริงได้และจะทำให้นโยบายกินได้
ซึ่งทั้งหมดนี้หากรัฐบาลทำได้จริงเชื่อว่าในปีใหม่ที่กำลังมาถึง ความเหนื่อยหน่ายของประชาชนจะลดน้อยลงมาก