ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักการ ร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ

ขั้นตอนต่อไปคือ ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณารายละเอียดทางกฎหมาย เช่น การกำหนดให้มีคณะกรรมการสถานบันเทิงครบวงจร กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขต่างๆ ให้ชัดเจน

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มการท่องเที่ยวของประเทศ สนับสนุนการท่องเที่ยวยั่งยืน และสร้างรายได้เข้าประเทศ เป็นต้น ตามที่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภา

คาดใช้เวลาประมาณเดือนเศษ ก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

นายกรัฐมนตรีระบุว่า สถานบันเทิงครบวงจรจะทำให้ประเทศมีรายได้มากขึ้น จะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี โตขึ้นอย่างมาก และจะเกิดผลดีต่อประเทศในอนาคต

ขณะที่กระทรวงการคลังยืนยันถึงความจำเป็น และประโยชน์จากสถานบันเทิงครบวงจร ซึ่งขณะนี้ทั่วโลกต่างมีรายได้จำนวนมากจากเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ โดยมุ่งเน้นเรื่องธุรกิจการท่องเที่ยวเป็นหลัก

ด้านภาคเอกชนก็ร่วมให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกสร้างรายได้จากธุรกิจนี้กว่าปีละ 1 ล้านล้านบาท และประเทศร่วมภูมิภาคก็มีรายได้จำนวนมากจากธุรกิจนี้เช่นกัน

ส่วนประเทศไทยที่ผ่านมาสูญเสียโอกาส และรายได้ในส่วนนี้เป็นจำนวนมาก

จากรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร สภาผู้แทนฯ ระบุว่าสถานบันเทิงแบบครบวงจร เป็นสถานที่สำหรับประกอบธุรกิจบันเทิงขนาดใหญ่ เกี่ยวเนื่องกันในหลากหลายประเภท และต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล

ประกอบด้วย โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ธนาคาร ศูนย์การประชุมขนาดใหญ่ สถานที่จัดแสดง สถานเสริมความงาม สวนสนุก สวนน้ำ และสนามกีฬา เป็นต้น ซึ่งในส่วนนี้มีสัดส่วนร้อยละ 90 และอีกร้อยละ 10 เป็นการพนันถูกกฎหมาย

แต่เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ ดังนั้นรัฐบาลต้องเร่งประชาสัมพันธ์รายละเอียดของโครงการ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนของสังคมอย่างจริงจัง และหลากหลายแง่มุม

เชื่อว่าปัจจุบันความคิดเห็นของสังคมส่วนใหญ่เปลี่ยนแปลงไปมาก จึงย่อมพิจารณาได้ถึงโอกาส และผลประโยชน์ของประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน