องทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาหรือ กสศ. เปิดเผยรายงานสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาปี 2567 ระบุว่ามีเด็กวัยเรียนตั้งแต่ 3-14 ปีทั่วประเทศ จำนวนประมาณ 8.5 ล้านคน

ในจำนวนนี้พบว่ากว่า 3 ล้านคนอยู่ในครัวเรือนยากจน และ 1.34 ล้านคน เป็นนักเรียนยากจนพิเศษ กระจุกตัวอยู่มากที่สุดในจังหวัดแม่ฮ่องสอน นราธิวาส และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

แม้จะจัดสรรทุนเสมอภาคให้กลุ่มนี้อย่างต่อเนื่องตลอด 3 ปี และส่งผลให้อัตราการคงอยู่ในระบบได้สูงถึง 97.88% แต่ก็ยังมีช่องว่างที่เป็นความเหลื่อมล้ำดำรงอยู่

ก่อนหน้านี้สำรวจพบว่ามีเด็กและเยาวชนช่วงอายุ 3-18 ปีที่ไม่มีข้อมูลในระบบการศึกษา จำนวนทั้งสิ้น 1,025,514 คน หรือร้อยละ 8.41 ของเด็กและเยาวชนอายุ 3-18 ปีทั้งหมดจำนวน 12,200,105 คน ซึ่งน่าตกใจ

ากการสำรวจเชิงสถิติเรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา พบว่ามีเพียง 13.49% ของนักเรียนยากจนที่มีโอกาสได้ศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ค่าเฉลี่ยมากถึง 3 เท่า

นอกจากนี้ ยังมีนักเรียนยากจนอีกจำนวน 1.1 ล้านคนที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือ เนื่องจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสังคม ทำให้ส่งผลกระทบต่อการศึกษาของเด็กกลุ่มเปราะบางไปด้วย

ขณะที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ระบุเด็กนอกระบบการศึกษาในปี 2567 พบว่าอายุ 3-18 ปี ที่ไม่มีชื่อในระบบการศึกษาถึง 982,304 คน มีเด็กที่หลุดออกจากระบบต่อเนื่องกว่า 590,557 คน และกลุ่มใหม่อีก 391,747 คน

ถือเป็นปัญหาใหญ่มากที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันหาทางแก้ไข โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องบูรณาการร่วมกัน ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

าน Equity Forum 2025 ประเทศไทยกับการแก้ปัญหาเชิงระบบเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาจัดขึ้นและมีตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆ ร่วมเสนอความคิดเห็นนั้น

ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่การปฏิบัติให้เป็นจริงได้ บางคนมีข้อเสนอให้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการติดตามเด็กในกลุ่มเสี่ยงเป็นรายบุคคล จะสามารถแก้ปัญหาที่ตนเหตุได้อย่างแท้จริง

บางคนมองว่า พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 มีความล้าหลังและควรจะต้องปรับปรุงแก้ไข หากกระจายอำนาจไปยังหน่วยปฏิบัติเต็มศักยภาพ จะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ตรงจุดมากขึ้น

ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและเยาวชนวัยเรียนหลุดออกนอกระบบการศึกษา จะต้องเร่งแก้ปัญหาไปพร้อมๆ กัน ที่สำคัญต้องมีฐานข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นจริงและไม่ซ้ำซ้อน ทั้งต้องยกเป็นวาระแห่งชาติ เพราะการศึกษาคือการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน