ถือเป็นเรื่องดีที่ขณะนี้มีการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างสิทธิการรักษาขั้นพื้นฐานระหว่างสิทธิประกันสังคม และสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกที่
สาเหตุที่สังคมจับตาเรื่องนี้มาจากปรากฏข่าวคณะกรรมการการแพทย์ สำนักงานประกันสังคม เดินทางไปดูงานต่างประเทศ ที่มีตารางเวลาดุจการท่องเที่ยว และใช้งบประมาณที่ไม่เหมาะสม
นอกจากนี้ ยังปรากฏกำหนดการเดินทางไปต่างประเทศส่งท้ายก่อนหมดวาระในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ด้วย โดยคณะกรรมการแพทย์ชุดนี้ไปดูงานที่ประเทศอิตาลี ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานระบุไม่ทราบเรื่อง และไม่ขอรับผิดชอบ
สำหรับยอดจำนวนผู้ประกันตนทั่วประเทศจากทุกมาตรา เมื่อเดือนธันวาคม 2567 มีจำนวนทั้งสิ้น 24,812,815 คน ดูแลสิทธิประโยชน์และค่าตอบแทนต่างๆ โดยสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน
ประกันสังคมคือ การสร้างหลักประกันในการดำรงชีวิตในกลุ่มของสมาชิกที่มีรายได้ และจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม เพื่อรับผิดชอบในการเฉลี่ยความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
ได้รับความคุ้มครอง 7 กรณี ตั้งแต่เกิดจนวาระสุดท้าย จากการเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และการว่างงาน เพื่อให้ได้รับการรักษาพยาบาล และทดแทนรายได้อย่างต่อเนื่อง
แบ่งเป็น 3 มาตรา ได้แก่ ผู้ประกันตนตามมาตรา 33, มาตรา 39 และมาตรา 40 โดยรายละเอียดและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ประกันตนแต่ละมาตราแตกต่างกันไป
เงินที่ใช้จ่ายจัดระบบสิทธิประโยชน์กองทุนประกันสังคมทั้ง 7 กรณี มาจากการจัดเก็บเงินสมทบจาก 3 ฝ่าย ได้แก่ ผู้ประกันตน และนายจ้าง ในอัตราฝ่ายละ 5% และเก็บจากรัฐบาลในอัตรา 2.75% รวม 3 ฝ่าย 12.75%
การเข้าถึงบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขเป็นสิทธิพื้นฐานของประชาชน ประเทศไทยมีระบบหลักประกันสุขภาพที่ครอบคลุมเกือบทุกกลุ่มเพื่อให้ได้รับการรักษาพยาบาลอย่างทั่วถึง ได้แก่ สิทธิบัตรทองและสิทธิประกันสังคม
ทั้ง 2 ระบบมุ่งเน้นให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาพยาบาล แต่สิทธิบัตรทองเน้นการให้บริการกับทุกคนโดยรัฐเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณทั้งหมด
ขณะที่สิทธิประกันสังคมเป็นระบบที่ลูกจ้าง นายจ้าง และรัฐร่วมกันจ่ายเงินสมทบเพื่อดูแลแรงงานภาคเอกชน ทำให้มีความแตกต่างกันในเรื่องของสิทธิการรักษา เงื่อนไขการใช้บริการ การสนับสนุนจากรัฐ และมีผลต่อการเข้าถึงบริการของผู้ใช้สิทธิแต่ละกลุ่ม
ขณะนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าระบบการเข้าถึงบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขของบัตรทอง มีความคล่องตัวและครอบคลุมกว่าสิทธิประกันสังคม ดังนั้น กระทรวงแรงงานในฐานะผู้กำกับดูแลต้องหาเร่งหาแนวทางและพัฒนาให้เปิดกว้างและครอบคลุมไม่น้อยไปกว่ากัน