นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร ที่ปรึกษาประธานอาเซียน ไปพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 23 ก.พ.2568
โดยระบุว่าเพื่อไปรับทราบปัญหา และรับฟังความคิดเห็นของผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา ซึ่งไปหลายจุดทั้งชุมชนไทยพุทธและมุสลิม เพื่อต้องการสร้างสังคมพหุนิยมให้อยู่ร่วมกันได้
นอกจากนี้ นายทักษิณ อดีตนายกฯ ยังไปเยี่ยมชมทีเคปาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้ และเป็นหนึ่งในโครงการที่นายทักษิณทำไว้ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งนายกฯ
ภาพรวมการไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของนายทักษิณลุล่วงด้วยดี ท่ามกลางการต้อนรับอบอุ่นจากคนในพื้นที่
รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงระบุด้วยว่าหัวใจสำคัญนายทักษิณสามารถประสานงานกับผู้นำ 3 ประเทศ บรูไน อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ที่มีความเป็นห่วง และอยากให้ภาคใต้ของไทยสงบ
ดังนั้น หากได้ประสานความร่วมมือกับ 3 ประเทศ ปี 2568 น่าจะเห็นสัญญาณที่ชัดเจน จะมีทิศทางที่ดีขึ้น และปีหน้า 2569 จะหาทางจบเรื่องชายแดนภาคใต้
นายภูมิธรรมระบุว่าหลังจากที่นายทักษิณได้ฟังปัญหาในพื้นที่แล้ว คิดว่าการแก้ปัญหาไม่น่าจะยากมาก และในฐานะที่ตนเองรับผิดชอบงานภาคใต้ ถือว่าเป็นแนวคิดที่ดีที่รัฐบาลจะต้องนำมาพิจารณา และน่าจะหาทางออกได้
เป็นความมั่นใจของรองนายกฯ ที่กำกับดูแลการแก้ปัญหาความไม่สงบ เพื่อสร้างสันติสุขชายแดนภาคใต้
ปัญหาความไม่สงบ และความรุนแรงชายแดนภาคใต้เริ่มปะทุอย่างหนักเมื่อเดือนม.ค.2547 ในช่วงที่นายทักษิณเป็นนายกฯ จากนั้นก็ดำเนินเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 21 ปี
การไปพื้นที่เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมาของนายทักษิณจึงเป็นที่สนใจและจับตามองจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายขบวนการผู้เห็นต่างจากรัฐ ผู้สูญเสีย และกลุ่มเครือข่ายสันติภาพ
นอกจากพบปะผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น รับฟังปัญหาในพื้นที่แล้ว นายทักษิณยังกล่าวขออภัยถึงความผิดพลาดในอดีต สนับสนุนแนวทางการพูดคุย และอยากให้ผู้เห็นต่างที่หลบหนีอยู่ต่างประเทศได้กลับบ้าน
นับเป็นสัญญาณที่ดีต่อการแก้ปัญหาไฟใต้ ซึ่งรัฐบาลจะต้องเร่งพิจารณาหาทางออก โดยยึดหลักการเมืองนำการทหารอย่างแท้จริง เร่งสร้างกระบวนการสันติภาพให้เกิดขึ้นโดยเร็ว