ที่ประชุมวุฒิสภาเมื่อวันที่ 4 มี.ค.2568 เป็นการพิจารณาและอภิปรายในญัตติเกี่ยวกับปัญหาด้านกระบวนการยุติธรรม และการบังคับใช้กฎหมาย

ก่อนเข้าญัตติ ประธานแจ้งต่อที่ประชุมขอให้สมาชิกระมัดระวังในการอภิปราย เพราะมีบางเรื่องอาจจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเรียบร้อยแล้ว ไม่ให้อภิปรายไม่สุภาพ ใส่ร้าย หรือเสียดสีบุคคลใด หรือออกชื่อสมาชิก หรือบุคคลใดโดยไม่จำเป็น

เมื่อเข้าสู่การอภิปราย สมาชิกส่วนใหญ่มุ่งกล่าวถึงการปฏิบัติหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรม โดยเฉพาะพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)

บรรยากาศโดยรวมเป็นไปอย่างดุเดือด ไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายกล่าวหา ท้วงติง ต่อว่าตำหนิ วิพากษ์วิจารณ์ และตอบโต้

การอภิปรายของสว.ส่วนใหญ่อย่างร้อนแรงดังกล่าว เป็นความต่อเนื่องจากกรณีอดีตผู้สมัครเลือกสว. และผู้ที่ได้รับการเลือกในลำดับสำรอง นำหลักฐานเข้าร้องทุกข์ต่อดีเอสไอ

โดยขอให้สืบสวนสอบสวนกระบวนการเลือกสว.ชุดที่ 13 จำนวน 200 คน เมื่อปี 2567 เนื่องจากมีข้อสงสัยหลายประการเข้าข่ายทุจริต ไม่โปร่งใส ตระเตรียมวางแผนสมรู้ร่วมคิด หรือฮั้ว เพื่อให้กลุ่มของตนเองได้รับเลือก

นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมหลายอย่างที่อาจเข้าข่ายคดีอาญา เช่น อั้งยี่ และฟอกเงิน ต่อมาดีเอสไอสอบสวนแล้วพบว่าคดีน่าจะมีมูล และมีสว.เกี่ยวข้อง 138 คน ก่อนเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษลงมติจะรับไว้เป็นคดีพิเศษหรือไม่

จากความเป็นมาดังกล่าว จึงนำมาสู่การตอบโต้ของสว. โดยเฉพาะในกลุ่มที่อยู่ในข่ายอาจถูกดำเนินคด

วันที่ 6 มี.ค.2568 คณะกรรมการคดีพิเศษ นำโดยนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะประธานนัดประชุมคณะกรรมการ

เพื่อลงมติตามที่คณะอนุกรรมการกลั่นกรองของดีเอสไอ พิจารณาเรื่องสืบสวนกรณีการคัดเลือกสว.ที่มีกระบวนการ หรือพฤติการณ์ที่มิได้เป็นไปโดยสุจริต หรือเที่ยงธรรม

โดยคณะอนุกรรมการระบุว่าจากการพิจารณามีมติเป็นเอกฉันท์ว่ามีความผิดเกิดขึ้นตามประมวลกฎหมายอาญา ข้อหาอั้งยี่ ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐ พ.ร.ป.การได้มาซึ่งสว. และพ.ร.บ.ฟอกเงิน

คดีนี้มีผลกระทบวงกว้าง เกี่ยวข้องกับความสง่างามของสถาบันทางการเมือง จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องเดินหน้าสอบสวนให้ถึงที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน