นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยความคืบหน้าปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ครั้งใหญ่ของรัฐบาลได้ผลดี
โดยเฉพาะมาตรการตัดกระแสไฟฟ้า สัญญาณอินเตอร์เน็ต และระงับส่งน้ำมันไปยัง 5 พื้นที่ชายแดนฝั่งประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการใหญ่ของเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์
จากการตรวจสอบกับตำรวจพบว่าปัญหาลดลง 20 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงสถิติทางคดี และการแจ้งเรื่องร้องเรียนของประชาชนก็ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ
จากก่อนหน้านี้มูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาทต่อวัน ปัจจุบันลดต่ำกว่า 50 ล้านบาทต่อวัน
การลดลงของภัยแก๊งคอลฯ เป็นผลต่อเนื่องจากเมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมา ทางการไทย เมียนมา และจีน ประสานความร่วมมือ 3 ฝ่าย เปิดปฏิบัติการครั้งใหญ่
เริ่มจากมาตรการตัดแหล่งพลังงาน และสัญญาณโทรคมนาคมที่เชื่อมจากไทยไปฝั่งเมียนมา ทำให้เครือข่ายมิจฉาชีพไม่สามารถใช้อุปกรณ์ และเครื่องมือต่างๆ สำหรับใช้ติดต่อเพื่อหลอกลวงเหยื่อได้
ขณะเดียวกันจากความร่วมมือ 3 ฝ่าย ยังนำไปสู่การจับกุม และช่วยเหลือนำตัวกลุ่มคนจากประเทศต่างๆ ทั้งที่ถูกหลอกลวง และสมัครใจทำงานกับกลุ่มองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ดำเนินคดีและส่งกลับประเทศต้นทางหลากหลายสัญชาติ
โดยเฉพาะประชาชนจากประเทศจีนจำนวนมาก ล่าสุดเตรียมส่งกลับอีกชุดใหญ่จำนวน 1,439 คน
นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังประสานขอความร่วมมือประเทศลาว เพื่อช่วยสอดส่อง และเฝ้าระวังการย้ายฐานปฏิบัติการจากชายแดนฝั่งเมียนมาเข้าไปตั้งในลาว
รวมทั้งในประเทศกัมพูชาด้วย อีกแหล่งใหญ่เครือข่ายแก๊งคอลฯ ที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปติดตามการตัดสัญญาณตามแนวชายแดนด้วยตนเอง จนกระทั่งนำไปสู่ทางการกัมพูชาบุกทลายจับกุม และส่งตัวคนไทยกว่า 100 ราย ที่เกี่ยวข้องกลับมาดำเนินคดี
มาตรการแก้ปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างเข้มข้นผ่านมา 1 เดือน ถือว่ามีทิศทางที่ดีขึ้น สะท้อนจากสถิติทางคดี การแจ้งความ และมูลค่าความเสียหายที่ลดลง
นอกจากมาตรการที่เข้มข้น การป้องกันปราบปรามที่ต้องต่อเนื่องแล้ว ลำดับต่อไปก็หวังว่าจะนำไปสู่การจับกุมตัวการใหญ่ เพื่อตัดรากถอนโคน