สว. 105 คน เข้าชื่อยื่นเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สอบไต่สวนพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม และพ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
โดยกล่าวหาว่าละเว้นปฏิบัติหน้าที่ สืบเนื่องจากคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) รับคดีฮั้วเลือกสว. เป็นคดีพิเศษ ที่กลุ่มสว.ผู้ร้องเห็นว่าไม่มีอำนาจ
ซึ่งก่อนหน้า 1 วัน อธิบดีดีเอสไอสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ รวม 41 คน โดยอธิบดีดีเอสไอเป็นหัวหน้าคณะ เพื่อสอบสวนคดี โดยเริ่มต้นจากฐานความผิดฟอกเงิน
ขณะนี้คดีฮั้วเลือกสว. ได้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ เพื่อนำไปสู่การคลี่คลายคดี นำผู้เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
การเริ่มต้นคดีพิเศษนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 มี.ค.2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะประธานกคพ.ประชุมกคพ. ลงมติรับคดีฮั้วเลือกสว. เป็นคดีพิเศษ
ประธานกคพ.แถลงว่า ที่ประชุมเสียงส่วนใหญ่มีมติชี้ขาดให้กรณีการสมคบกันในความผิดฐานฟอกเงินของบุคคล หรือคณะบุคคลที่กระทำผิดเป็นอั้งยี่ ตามมาตรา 209 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตามที่เสนอมาเป็นคดีพิเศษ
ส่วนคดีอาญาใดที่ต่อเนื่อง หรือเกี่ยวข้องกับคดีพิเศษดังกล่าว เช่น ความผิดฐานอั้งยี่ ความผิดตามมาตรา 116 และการกระทำความผิดที่เกี่ยวกับการฟอกเงินทางอาญา ย่อมเป็นคดีพิเศษที่จะสอบสวนต่อไปได้
หมายความว่าให้ดีเอสไอดำเนินคดีในกรอบคดีฟอกเงินเป็นคดีพิเศษ และหากสอบสวนพบการกระทำผิดในเรื่องเดียวกันนี้ไปสู่ข้อหาอื่น เช่น อั้งยี่ และมาตรา 116 ก็ให้ดีเอสไอดำเนินการต่อได้เลย โดยไม่ต้องขออนุมัติเป็นคดีพิเศษอีก
พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรม ระบุว่าคดีนี้มีทั้งคนที่เป็นสว. คนที่ไม่เป็นสว. คนที่เป็นผู้บงการให้เป็นสว. และมีความเกี่ยวข้อง โดยจะเริ่มจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มคน 7 พันคนก่อน ว่ามีการฮั้วกันตามที่ร้องเรียนมาหรือไม่ และอย่างไร
โดยเชื่อมั่นว่าพยานบุคคลต่างๆ ที่ได้มา กับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์จะเป็นตัวชี้ชัด ไม่กลั่นแกล้ง หรือช่วยเหลือใคร ให้ความจริง และความเป็นธรรมเป็นตัวกำหนด
การเลือกสว.ชุดปัจจุบัน นอกจากผู้สมัครด้วยกันแล้ว ประชาชนทั่วไปต่างก็เห็นความไม่ปกติมากมาย เช่น โพยหมายเลข รายชื่อ การจัดตั้งมาเป็นหมู่คณะ พักสถานที่เดียวกัน ใส่เสื้อแสดงสัญลักษณ์ เป็นต้น
เชื่อว่าสังคมโดยรวมเห็นพ้องด้วย ที่ต้องสอบสวนดำเนินคดีฮั้วเลือกสว.ให้ถึงที่สุด เพื่อนำผู้เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมชี้ขาดให้สิ้นสงสัย