น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมติดตามการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยมีผู้เกี่ยวข้องสำคัญคือ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกฯ และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และพล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ
นายกฯ ระบุว่าการปราบปรามแก๊งคอลฯ มาถูกทาง เนื่องจากสถิติการรับแจ้งความคดีอาชญากรรมออนไลน์ มีจำนวนลดลงเฉลี่ยประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์
ข้อมูลวันที่ 1-31 ม.ค.2568 มีการแจ้งความ 31,159 คดี แต่หลังจากมาตรการตัดน้ำ ไฟฟ้า และสัญญาณอินเตอร์เน็ตของเครือข่ายอาชญากรรม ปรากฏว่ามีจำนวนคดี 25,487 คดี ส่งผลให้มูลค่าความเสียหายในช่วง 1 เดือน ลดลงด้วยเช่นกัน
แม้ผลงานเป็นที่น่าพอใจ แต่นายกฯ ยืนยันว่ารัฐบาลยังไม่หยุดแค่นี้
การลดลงของคดี และมูลค่าความเสียหายนั้น นายประเสริฐ และพล.ต.อ.ธัชชัย ระบุว่าสืบเนื่องจากมาตรการตัดแหล่งพลังงานชายแดนเมียนมาวันที่ 5 ก.พ. และตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ตชายแดนกัมพูชาวันที่ 12 ก.พ.
รวมทั้งร่วมมือกับเมียนมาปราบปรามแก๊งคอลฯ นำมาคัดกรองคัดแยกว่าเป็นเหยื่อค้ามนุษย์หรือไม่ ขณะนี้ส่งกลับประเทศต้นทางแล้ว 3,533 คน ยังเหลือ 1,718 คน
ส่วนแก๊งคอลฯ ฝั่งกัมพูชานั้น ทางการไทยประสานพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูล และจัดตั้งศูนย์ประสานงานร่วมกัน จนนำไปสู่การจับกุมคนไทยที่ทำงานแก๊งคอลฯ ส่งกลับมาดำเนินคดีที่ไทย
นอกจากนี้ ประชาชนเองก็เริ่มตระหนักถึงภัยแก๊งคอลฯ มากขึ้น ทั้งผ่านการให้ความรู้ และการแจ้งเตือน
นับว่าเป็นแนวโน้มที่ดีสำหรับผลปราบปรามแก๊งคอลฯ ครั้งใหญ่ พร้อมทั้งมาตรการกดดัน ตัดแหล่งพลังงาน และสัญญาณสื่อสารของเครือข่ายอาชญากรรม
ขณะนี้ผ่านไป 1 เดือน ส่งผลการแจ้งความ จำนวนคดี และมูลค่าความเสียหายลดลง จากก่อนหน้านี้ความเสียหายมากกว่า 100 ล้านบาทต่อวัน ปัจจุบันลดต่ำลงกว่าครึ่ง
จากการสำรวจความคิดเห็นประชาชนที่ผ่านมาของสำนักโพล พบว่าประชาชนกลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจการปราบปรามแก๊งคอลฯ ของรัฐบาล
ดังนั้น จึงหวังว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะยังคงเพิ่มความเข้มงวดต่อไป ทั้งเฝ้าระวังและปราบปราม เพื่อลดจำนวนคดี และมูลค่าความเสียหายให้ได้มากขึ้นไปอีก