กรณีอาคาร สตง.แห่งใหม่ 34 ชั้น อยู่ระหว่างก่อสร้าง พังถล่มหลังเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา เป็นประเด็นสังคมสนใจ และวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เนื่องจากมีผู้เสียชีวิต สูญหายและบาดเจ็บจำนวนมาก
ในการประชุมด่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร มีข้อสั่งการ 6 ประเด็น ครอบคลุมการบริหารสถานการณ์ การแจ้งเตือน การจราจร การประชาสัมพันธ์ข่าวสาร การเยียวยาผู้ประสบภัย
รวมทั้งสั่งการกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับกรุงเทพมหานคร และสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและสาเหตุการพังถล่ม
ขีดเส้นรายงานผลตรวจสอบภายใน 7 วัน
ขณะเดียวกัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ได้ลงนามหนังสือขอความร่วมมือเจ้าของอาคารหรือผู้ครอบครองอาคาร 9 ประเภท
ได้แก่ อาคารสูง 23 เมตรขึ้นไป อาคารขนาดใหญ่พิเศษ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป อาคารชุมนุมคน 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป หรือจำนวนคน 500 คนขึ้นไป โรงมหรสพ โรงแรม ที่มีห้องพัก 80 ห้องขึ้นไป สถานบริการพื้นที่ 200 ตารางเมตรขึ้นไป
อาคารชุด หรืออาคารอยู่อาศัยรวม หอพัก อพาร์ตเมนต์ 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป โรงงานสูงมากกว่า 1 ชั้น 5,000 ตารางเมตรขึ้นไป ป้ายหรือที่ติดตั้งป้าย ความสูงจากพื้นดิน 15 เมตรขึ้นไป หรือมีพื้นที่ 50 ตารางเมตรขึ้นไป ป้ายติดตั้งบนหลังคาหรือดาดฟ้า พื้นที่ 25 ตารางเมตรขึ้นไป
ให้ประสานผู้ตรวจสอบอาคารเข้าตรวจสอบความเสียหาย เพื่อประเมินวิธีปรับปรุง แก้ไข ซ่อมแซม หรือเสริมกำลังอาคาร ให้ปลอดภัยมั่นคงแข็งแรงต่อการใช้งานตามหลักวิศวกรรมและกฎหมาย ป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอย
หลังเหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม คนกรุงเทพฯ ตั้งคำถามเดียวกันว่า เมืองหลวงของไทยมีตึกสูงหลายร้อยตึก ทำไมถล่มแค่ตึกเดียว ภายใต้งบโครงการกว่า 2 พันล้านบาท มีความโปร่งใสมากน้อยแค่ไหน การก่อสร้างได้มาตรฐานหรือไม่
รวมถึงประเด็นบริษัทผู้ชนะประมูล เป็นบริษัทร่วมทุนไทย-จีน มีคนจีนถือหุ้น 49% คนไทย 51% แต่ก็ถูกขุดคุ้ยว่าเป็นนอมินีหรือไม่
ไม่รวมข้อสังเกตที่ว่า สตง.มีหน้าที่ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของหน่วยงานภาครัฐให้เป็นไปตามกฎหมาย มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ทำไมจึงปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับตัวเองได้
เหล่านี้คือคำถามข้อใหญ่ที่คนไทยต่างคาดหวังจะได้รับคำตอบจากคณะกรรมการตรวจสอบที่รัฐบาลตั้งขึ้น อย่างรวดเร็ว โปร่งใส ตรงไปตรงมา เพื่อขจัดความเคลือบแคลงจากเหตุการณ์สูญเสียนี้ให้หมดสิ้นไป