ลุ่มสำรองสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เคลื่อนไหวอีกครั้ง โดยเข้ายื่นหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และขอเข้าพบผู้บริหารกกต. เพื่อทวงถามความคืบหน้าเรื่องร้องเรียนการเลือกสว. เมื่อปี 2567

เนื่องจากเห็นว่าล่าช้า โดยเฉพาะข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตเลือกสว. ที่ผู้สมัครกลุ่มใหญ่คณะหนึ่งสมคบรู้เห็นในลักษณะฮั้วกัน จนกระทั่งผ่านการเลือกได้เป็นสว. ซึ่งมีพยานหลักฐานปรากฏจำนวนมาก

รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเลขาธิการกกต. ที่ถูกตั้งคำถาม ไม่ว่าจะจากบรรดาผู้สมัครสว. และจากหลายฝ่ายของสังคม ว่าบกพร่องละเลยจนนำไปสู่การเลือกที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่

เป็นข้อทวงถามที่กกต.ยังชี้แจงไม่กระจ่าง หรือชำระจัดการให้ชัดเจน และมีความคืบหน้า

ย่างไรก็ตาม ในส่วนคดีฮั้วเลือกสว. ที่ดำเนินการและรับผิดชอบโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กระทรวงยุติธรรม มีความคืบหน้าอย่าง น่าสนใจ

โดยพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ระบุว่าได้รับรายงานจากพนักงานสอบสวนคดี พบว่าคืบหน้าพอสมควร จะทำคดีให้ทันภายในกรอบระยะเวลา อาจจะเป็นสิ้นเดือนเม.ย.2568

โดยเฉพาะข้อมูลของผู้สมัครสว.กว่า 40,000 คนนั้น พนักงานสอบสวนได้รับมาแล้ว จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการแจ้งข้อกล่าวหา หรือจับกุมผู้เกี่ยวข้อง และส่งฟ้องต่อไป

สรุปคือภายในสิ้นเดือนเม.ย. ซึ่งเหลืออีกไม่กี่วัน จะได้ทราบว่าผู้เกี่ยวข้องที่ต้องถูกดำเนินคดีมีใครบ้าง

ดีฮั้วเลือกสว.ปี 2567 ถูกยกเป็นคดีพิเศษตามที่คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ประชุมมีมติ โดยให้เริ่มสอบสวนจากกรณีการสมคบกันในความผิดฐานฟอกเงิน และต่อเนื่องไปถึงความผิดฐานอั้งยี่ซ่องโจร และความมั่นคงของรัฐ

จากการรวบรวมพยานหลักฐาน พบความเชื่อมโยงไปยังผู้ที่ได้รับเลือกเป็นสว. 138 คน และสว.สำรองอีก 2 คน รวม 140 คน มีหลักฐานสำคัญ คือโพยรายชื่อและหมายเลขที่สมคบกันว่าจะเลือกใคร

ขณะนี้การสอบสวนคดีเข้าใกล้ถึงช่วงสำคัญ คือกระบวนการแจ้งข้อกล่าวดำเนินคดี นอกจากผู้เข้าข่ายต้องสงสัย 140 คนแล้วจะยังมีบุคคลอื่นร่วมด้วยหรือไม่ เพื่อไปพิสูจน์ หรือแก้ข้อกล่าวหา ชี้ความผิดถูกในชั้นศาลต่อไป

เป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจ สมควรได้พิสูจน์ความจริงตามกระบวนการยุติธรรม เพราะองค์กรวุฒิสภาเป็นสถาบันทางการเมืองหนึ่งที่ทรงเกียรติ ส่งผลต่อระบบรัฐสภา และระบอบประชาธิปไตย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน