รับเปิดเทอมปีการศึกษา 2568 ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย เผยผลสำรวจการใช้จ่ายและผลกระทบของผู้ปกครองกลุ่มตัวอย่าง 1,250 คนทั่วประเทศ
พบปีนี้มีเงินสะพัดใช้จ่ายโดยรวมสูงถึง 62,614 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนหนึ่งตีความได้ว่า ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาปรับตัวสูงขึ้น และผู้ปกครองให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษาของบุตรหลานมากขึ้น
ผู้ปกครองส่วนใหญ่เกือบ 67% ระบุ มีเงินเพียงพอกับค่าใช้จ่ายของบุตรหลานช่วงเปิดเทอม ขณะที่อีกประมาณ 33% มีเงินไม่เพียงพอ ส่วนนี้จะแก้ปัญหาโดยนำทรัพย์สินไปจำนำ กู้เงินในระบบ ผ่อนค่าเทอมเป็นงวด เบิกเงินสดจากบัตรเครดิต/บัตรกดเงินสด ยืมญาติพี่น้อง หารายได้เสริม กู้นอกระบบ
และทางเลือกสุดท้าย ให้บุตรหลานพักการเรียนไว้ก่อน
ผลสำรวจ 56.6% ยังระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการศึกษาของบุตรหลานอย่างมาก ทำให้กว่า 93% เห็นว่ากองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) มีความสำคัญ
ภาครัฐหลายหน่วยงานเห็นปัญหาและพยายามบรรเทา กระทรวงพาณิชย์จับมือผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ห้างค้าส่ง-ค้าปลีก และแพลตฟอร์มออนไลน์ จัดโครงการลดราคาสินค้า ชุดนักเรียน รองเท้า กระเป๋า เครื่องเขียน อุปกรณ์การเรียน ฯลฯ 30-50%
ธนาคารออมสินออกสินเชื่อสำหรับกลุ่มผู้ปกครอง อัตราดอกเบี้ยต่ำคงที่ 0.60% ต่อเดือน วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาทต่อราย ผ่อนชำระไม่เกิน 1 ปี หรือ 12 งวด ตามมาตรการสนับสนุนเข้าถึงแหล่งทุนในระบบ ลดพึ่งพาหนี้นอกระบบ
ที่สำคัญเพื่อส่งเสริมเด็กเยาวชนไทยได้เข้าถึงการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ไม่ขาดตอนหลุดออกไป
ตอนท้ายของผลสำรวจ ผู้ปกครองนักเรียนมีข้อเสนอแนะให้รัฐบาลปรับปรุงด้านการศึกษาของไทยในปัจจุบัน เช่น ปรับปรุงระบบประเมินผลนักเรียนที่วัดผลในหลายมิติ
ลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา ให้แต่ละโรงเรียนมีคุณภาพการเรียนการสอนมาตรฐานเดียวกัน สนับสนุนทุนการศึกษาสำหรับผู้ขาดแคลน พัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ทัดเทียมระดับสากล ปรับการสอนให้ดึงดูดความสนใจของนักเรียน และเพิ่มบุคลากรทางการศึกษา
ซึ่งมีหลายข้อบรรจุอยู่ในคำแถลงนโยบายรัฐบาล ทั้งการพัฒนาการศึกษาในระบบและนอกระบบ การใช้เทคโนโลยีทันสมัยสนับสนุนการเรียนรู้ ลดภาระและลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ
เพียงแต่ต้องลงมือปฏิบัติให้เห็นผลเป็นรูปธรรมตามนโยบายที่แถลงไว้โดยเร็วเท่านั้น