รม.มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงที่เสนอโดยกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง เพื่อลดข้อจำกัดในการเข้าสู่ธุรกิจ และการประกอบธุรกิจของผู้ผลิตสุรารายใหม่ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย

สาระน่าสนใจคือขยายโอกาสให้โรงเบียร์ เบียร์สด และคราฟต์เบียร์ สามารถบรรจุถังขนาดเล็กขายนอกสถานที่ได้ รวมทั้งให้โรงงานขนาดเล็กและกลาง ตั้งอยู่ห่างจากแหล่งน้ำน้อยกว่า 100 เมตร โดยให้มีระบบบำบัดน้ำเสีย

ทั้งยังขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพสามารถตั้งโรงงานขนาดกลางได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเป็นโรงงานขนาดเล็ก 1 ปี เพื่อยกระดับความสามารถแข่งขันทางการค้า ยกระดับรายได้ชุมชน และส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์

รัฐบาลระบุด้วยว่ายังจะเตรียมปลดข้อจำกัด เพื่อสนับสนุนสุราชุมชนในอีกหลายประเด็นเร็วๆ นี้

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติมีมติแก้ไขปรับปรุงกฎหมายการขายแอลกอฮอล์ เพื่อให้สอดคล้องกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยปี 2568

โดยอนุญาตให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันพระใหญ่ได้ 5 สถานที่คือ 1.ภายในอาคารผู้โดยสารสนามบินที่ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศ

2.ขายในสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ 3.ขายในสถานบริการประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ หรือบริเวณที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยต้องเป็นไปตามที่รมว.สาธารณสุข และรมว.มหาดไทย กำหนด

4.ขายในโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม และ 5.ขายในสถานที่ซึ่งใช้จัดกิจกรรมพิเศษระดับชาติ หรือนานาชาติ และคนจำนวนมากไปทำกิจกรรมร่วมกัน

ากการอนุญาตให้ขายได้ใน 5 สถานที่ ซึ่งเริ่มแล้วเมื่อวันที่ 11 พ.ค.2568 ตรงกับวันวิสาขบูชา ปรากฏว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ยังไม่พบข้อร้องเรียนผลกระทบตามมา

จนกระทั่งล่าสุด รัฐบาลอนุมัติหลักการเพื่อขยายโอกาสสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ถือเป็นการยกระดับสนับสนุนสุราชุมชนไปอีกขั้น

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นวัฒนธรรมการกินดื่ม ร่วมกันของผู้คนทั่วโลก หลายประเทศผลิตเป็นสินค้า ส่งออก และผลิตแข่งขันกันกว้างขวางภายในประเทศตนเอง เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

สำหรับประเทศไทยก็มีกฎหมายสุราชุมชน และยิ่งรัฐบาลออกกฎเพื่อปลดข้อจำกัดต่างๆ จึงย่อมเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการรายย่อย แต่ขณะเดียวกันก็ต้องมีมาตรการควบคุมควบคู่กันไปด้วย เพื่อป้องกันผลกระทบตามมา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน