คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกหมายแจ้งสว.อีก 16 คน ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 4 มิ.ย.2568 กรณีเข้าข่ายกระทำผิดตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา
นับเป็นผู้ถูกกล่าวหาชุดที่ 4 ที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือกสว. ต่อเนื่องจากสว.ที่ถูกกล่าวหาชุดแรก 55 คน ชุดที่ 2 อีก 10 คน ซึ่งมีบุคคลภายนอกร่วมด้วย ต่อด้วยชุดที่ 3 อีก 26 สว.
นอกจากนี้ ยังมีคดีอีกส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ดำเนินการในรูปแบบคดีพิเศษ เริ่มต้นจากความผิดฟอกเงิน และขยายผลเป็นอั้งยี่ ซึ่งคาดว่าใกล้เข้าสู่ขั้นตอนแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้เกี่ยวข้อง
ถือว่าการสอบสวนคดีทั้งของกกต. และดีเอสไอ คืบหน้าเป็นลำดับ และจะยกระดับขึ้นไปเรื่อยๆ
ในช่วงที่สว.ผู้ถูกกล่าวหาประมาณ 100 คน ต้องทยอยเข้ารับทราบและชี้แจงแก้ต่างคดีนั้น ปรากฏว่าวุฒิสภากำหนดวาระการประชุม เพื่อพิจารณาเกี่ยวกับกระบวนการเลือกและเห็นชอบกรรมการองค์กรอิสระ
โดยในวันที่ 30 พ.ค.2568 มีวาระประชุมพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และจริยธรรมของผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกกต. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และอัยการสูงสุด
รวมทั้งมีวาระประชุมเพื่อลงมติให้ความเห็นชอบ ผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จำนวน 3 ท่าน
บรรดาสว.ที่ถูกกล่าวหายืนยันว่าทำตามกรอบกฎหมาย และข้อบังคับการประชุม หากไม่ทำหน้าที่ก็อาจถูกร้องข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่
การประชุมที่จะมีขึ้นในวันที่ 30 พ.ค. ทำให้เกิดข้อทักท้วงจากสว.อีกส่วนหนึ่ง และภาคประชาชน โดยเรียกร้องให้ชะลอออกไปก่อน จนกว่าคดีที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสว.เป็นที่ยุติ
เนื่องจากหวั่นเกรงว่า ในเมื่อที่มาของสว.ที่จะลงมติยังมีความคลุมเครือ มีข้อกล่าวหา อาจจะส่งผลให้การเห็นชอบบุคคลในองค์กรอิสระต่างๆ เป็นปัญหาในภายหลังได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรรมการองค์กรอิสระอย่างกกต. ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญ ที่ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีการเลือกสว.ที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ ซึ่งถือเป็นคู่กรณีกับสว.ที่ถูกกล่าวหา
ดังนั้น สังคมจึงเรียกร้องกันอย่างกว้างขวาง อยากเห็นจิตสำนึกความรับผิดชอบ และจริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ของวุฒิสภาชุดนี้