ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรในวาระแรก ด้วยคะแนนเสียงอย่างท่วมท้น
จากจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ลงมติ 482 เสียง ปรากฏว่ามีผู้เห็นด้วย 322 เสียง ไม่เห็นด้วย 158 เสียง งดออกเสียง 0 เสียง และไม่ลงคะแนน 2 เสียง
ขั้นต่อไปก็จะเข้าสู่การพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้จำนวน 73 คน แบ่งเป็นสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จำนวน 18 คน และพรรคการเมือง จำนวน 54 คน โดยกำหนดแปรญัตติภายในระยะ 30 วัน
กรรมาธิการสัดส่วนของพรรคการเมืองนั้น ประชาชนมี 16 คน เพื่อไทย 15 คน ภูมิใจไทย 8 คน พลังประชารัฐ 5 คน รวมไทยสร้างชาติ 4 คน ประชาธิปัตย์ 3 คน ชาติไทยพัฒนา 1 คน ประชาชาติ 1 คน และไทยสร้างไทย 1 คน
จากการตรวจสอบเสียงลงมติพรรคการเมืองฝ่ายค้าน 4 พรรค 170 เสียง ปรากฏว่าลงมติไม่รับร่าง 158 เสียง พรรคประชาชน มีโหวตสวน 1 คน คือ น.ส.กฤษฎิ์ ชีวะธรรมมานนท์ สส.ชลบุรี เขต 6 โดยนายรังสิมันต์ โรม และน.ส.วรรณวิภา ไม้สน สส. บัญชีรายชื่อ ไม่ได้ร่วมโหวต
พรรคไทยสร้างไทย มีสส.จำนวน 6 คน มีเพียงคนเดียวที่โหวตตรงกับฝ่ายค้าน คือนายชัชวาล แพทยาไทย สส.ร้อยเอ็ด เขต 7 อีก 3 คนโหวตรับหลักการ และไม่ได้ร่วมโหวต 2 คน
พรรคพลังประชารัฐมี 3 คนไม่ได้ร่วมลงมติ คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ นางขวัญเรือน เทียนทอง สส.สระแก้ว เขต 1 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง สส.สระแก้ว เขต 2
โดยพบว่านางกาญจนา จังหวะ สส.ชัยภูมิ เขต 4 โหวตสวนมติพรรคโดยให้ความเห็นชอบ ขณะที่นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กรุงเทพมหานคร พรรคไทยก้าวหน้า โหวตสนับสนุนรัฐบาล
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อสภาว่าการจัดทำงบประมาณครั้งนี้ มุ่งเน้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทุกมิติ สร้างโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงทรัพยากร รวมถึงมุ่งเน้นการรักษาวินัยการเงินการคลังของประเทศให้เป็นไปตามกรอบกฎหมาย
พร้อมกับขอฝากข้อสังเกตข้อคิดเห็นต่างๆ ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้อภิปรายแสดงความคิดเห็น และข้อท้วงติง ให้คณะกรรมาธิการวิสามัญนำไปประกอบการพิจารณาอย่างละเอียดครบถ้วน
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการทั้ง 73 คน กำหนดนัดประชุมนัดแรกในวันที่ 9 มิถุนายนนี้ เพื่อเลือกประธาน รองประธาน กรรมาธิการ เลขานุการ ผู้ช่วยเลขานุการ ตลอดจนโฆษกคณะต่างๆ เพื่อดำเนินการในรายละเอียดให้สอดคล้องกับร่างที่ผ่านวาระแรก
จึงหวังว่าจะได้พิจารณาศึกษาให้แล้วเสร็จตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด ตั้งคณะอนุกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศึกษางบประมาณในแต่ละด้านอย่างมีประสิทธิภาพ รอบคอบ และตั้งข้อสังเกตท้ายรายงาน เพื่อเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบในขั้นต่อไป