ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ทุกหน่วยจัดทำโครงการถนนปลอดภัย เพื่อเสริมสร้างวินัยจราจร สร้างความปลอดภัยบนท้องถนน ให้การบริหารงานจราจรเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ

โดยให้บังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับรถ หรือการใช้ทางบนถนนอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และสร้างความปลอดภัยในการสัญจร โดยเริ่มมาตั้งแต่ วันที่ 1 มิ.ย.2568

ขณะนี้กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดได้พิจารณาเลือกถนนสายสำคัญในพื้นที่ หรือถนนที่มีการฝ่าฝืนกฎจราจรจำนวนมาก หรือถนนที่มีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง หรือถนนที่มีสถานศึกษาหลายแห่ง

มีถนนที่เลือกแล้ว 94 จุดทั่วประเทศ สำหรับรณรงค์ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องปฏิบัติตามกฎหมายจราจรในทุกมิติ

จากโครงการนี้ ทางรัฐบาลก็ออกมาย้ำเตือนประชาชนเช่นกัน โดยเฉพาะผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์ ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย 100 เปอร์เซ็นต์

โดยเฉพาะตามพ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 122 กำหนดให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ และผู้โดยสารต้องสวมหมวกนิรภัย เพื่อป้องกันอันตรายขณะขับขี่และโดยสาร

หากผู้ขับขี่ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ส่วนผู้โดยสารหากไม่สวมหมวกนิรภัย ผู้ขับขี่จะมีโทษปรับเป็น 2 เท่า ซึ่งหมวกนิรภัยเป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยป้องกันและลดความรุนแรงจากการบาดเจ็บศีรษะหากเกิดอุบัติเหตุ

รัฐบาลจึงเชิญชวนให้ร่วมกันปฏิบัติตามกฎจราจร ช่วยกันรณรงค์และตรวจตราผู้ใช้เส้นทาง มิให้ฝ่าฝืนกฎจราจร

ในปัจจุบันจะพบว่าถนนเส้นทางต่างๆ ทั้งในเมืองหลวง หัวเมืองใหญ่ เมืองท่องเที่ยว ถนนเส้นหลัก เส้นรอง และถนนชนบท เป็นต้น ส่วนใหญ่ไม่มีการตั้งจุดตรวจเข้มงวดวินัยจราจร

เนื่องจากที่ผ่านมามีการร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ เกี่ยวกับเงินใต้โต๊ะ เงินรีดไถจากการตั้งด่าน ทำให้การเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ทำได้ไม่เต็มที่ ดังในปัจจุบันมีผู้ใช้รถฝ่าฝืนกฎจราจรกันมากขึ้น ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุจำนวนมาก โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์

ดังนั้น การที่มีโครงการถนนปลอดภัย 94 จุดทั่วประเทศ เชื่อว่าผู้ใช้รถใช้ถนนส่วนใหญ่ย่อมเห็นด้วย เพราะจะช่วยลดอุบัติเหตุ และส่งผลต่อความปลอดภัยโดยรวม

ขณะเดียวกัน หน่วยงานปฏิบัติต้องกำชับเข้มงวดเจ้าหน้าที่ ไม่ใช้ช่วงโอกาสนี้เรียกรับผลประโยชน์จากการบังคับใช้กฎหมายด้วยเช่นกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน