มีสว.ส่วนหนึ่งไม่ร่วมลงชื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 153 กรณีสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

โดยให้เหตุผลว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องระมัดระวังการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นสส. สว. รัฐมนตรี หรือฝ่ายความมั่นคง เพราะทุกคำพูดที่ออกไปจะถูกนำไปใช้เป็นประโยชน์ในทางใดทางหนึ่ง

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเจรจาผ่านกลไกทวิภาคีของ 2 ประเทศ หรืออาจถูกนำไปเป็นหลักฐานในการพิจารณาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ที่ขณะนี้กัมพูชายื่นเรื่องเข้าไปแล้ว

สว.กลุ่มนี้เห็นว่าปัญหาไทย-กัมพูชา เป็นเรื่องละเอียดอ่อน การจะพูดอภิปรายเพื่อระบายอารมณ์และความรู้สึก อาจเกิดผลเสียตามมา

สำหรับมาตรา 153 ตามรัฐธรรมนูญ ระบุว่าสว.ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมด มีสิทธิเข้าชื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริง หรือชี้แจงปัญหา โดยไม่มีการลงมติ

กรณีปัญหาไทย-กัมพูชานั้น ก่อนหน้านี้ประธานวุฒิสภานำคณะสว.เปิดแถลงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหาร กราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการเรียกประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ

เพื่อให้ฝ่ายบริหารแถลงข้อเท็จจริงทั้งหมด เปิดให้สส.และสว.ร่วมกันเสนอแนวคิด และแนวทางในการคลี่คลายสถานการณ์ เพื่อให้รัฐบาลนำไปเป็นข้อพิจารณาประกอบการตัดสินใจ

คณะสว.ยืนยันว่าการเปิดประชุม จะเป็นเวทีหลอมรวมพลังของคนในชาติ ในการผนึกกำลังเพื่อแก้ไขวิกฤตที่เกิดขึ้นในทุกมิติ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้นำข้อเรียกร้องมาหารือ โดยแสดงความกังวลว่าหากนำปัญหาไทย-กัมพูชามาพูดกันในที่ประชุมสภา อาจเป็นการเปิดเผยข้อมูลให้อีกฝ่ายรู้ อีกทั้งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน อาจส่งผลให้สถานการณ์ขยายวงกว้างมากขึ้น

จึงเห็นว่าไม่ควรเปิดอภิปราย แม้การขอเปิดประชุมดังกล่าว เป็นสิ่งที่สว.สามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญก็จริง แต่รัฐบาลจะส่งตัวแทนเข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจกับวุฒิสภาต่อเรื่องนี้

ข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นเรื่องใหญ่ต่อความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน มีผลกระทบในหลายมิติ แต่ในอีกด้านก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง และขณะนี้รัฐบาลก็จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจเข้ามาบริหารสถานการณ์แล้ว รวมทั้งควบคุมเรื่องการสื่อสารให้มีเอกภาพมากยิ่งขึ้น

ดังนั้น การจะเปิดอภิปรายในรัฐสภาต่อปัญหานี้ จึงต้องพิจารณาถึงความจำเป็น ข้อทักท้วง และข้อกังวลเป็นห่วงต่างๆ ให้รอบคอบรัดกุม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน