นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ลงนามในประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับใหม่ เรื่องสมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ.2568 เพื่อควบคุมให้ใช้กัญชาเพื่อทางการแพทย์

เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล และข้อสั่งการของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการกำหนดให้ใช้พืชกัญชาเพื่อการแพทย์เท่านั้น ห้ามใช้เพื่อสันทนาการ

โดยสาระสำคัญของประกาศดังกล่าว อาทิ ผู้ที่จะซื้อกัญชาต้องมีใบสั่งจากแพทย์ รวมถึงใบรับรองแพทย์ว่ามีอาการเจ็บป่วยประการใด พร้อมมีระเบียบควบคุมเข้มงวดสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ หรือที่ขอต่อใบอนุญาต

รมว.สาธารณสุขระบุด้วยว่าหลังออกประกาศแล้ว จะเดินหน้าดำเนินการทำให้กัญชากลับไปเป็นยาเสพติดเหมือนเดิม

ต่างเป็นที่ทราบกันดีตั้งแต่เดือนมิ.ย.2565 รัฐบาลขณะนั้นประกาศปลดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด ประเภทที่ 5 ทำให้เกิดภาวะสุญญากาศทางกัญชา เนื่องจากไม่มีกฎหมายควบคุม กลายเป็นปัญหาเรื้อรังมาจนถึงปัจจุบัน

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการป.ป.ส. หน่วยงานหลักที่บังคับใช้กฎหมายยาเสพติด ระบุว่าจากการปลดล็อกกัญชาและพืชกระท่อม ส่งผลให้มีผู้ใช้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

จากการศึกษาข้อมูลเมื่อปี 2562 ซึ่งขณะนั้นกัญชาและพืชกระท่อมยังถูกจัดเป็นยาเสพติด พบว่ามีผู้เสพติดกัญชา 350,000 คน และผู้เสพติดพืชกระท่อม 400,000-500,000 คน

ต่อมาปี 2567 พบว่ามีผู้ใช้กัญชากว่า 700,000 คน และมีผู้ใช้พืชกระท่อมมากถึง 1,300,000 คน สูงมากขึ้นกว่าเท่าตัวเลยทีเดียว

การดำเนินการนโยบายกัญชาเสรี ถอดออกจากบัญชียาเสพติด สมัยรัฐบาลชุดที่แล้ว ดูเหมือนจะเป็นความก้าวหน้าในการเข้าถึงพืชสมุนไพรเพื่อบำบัดรักษาโรค ใช้ทางการแพทย์เป็นหลัก

แต่ปรากฏว่าเกิดช่องโหว่ และส่งผลกระทบตามมา เนื่องจากการออกกฎหมายเพื่อควบคุมอย่างเข้มงวด รอบคอบ และรอบด้าน ยังไม่เสร็จเรียบร้อย ส่งผลให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยใช้กัญชาเพื่อสันทนาการเสียมากกว่า ที่สำคัญคือเด็กและเยาวชนเข้าถึงง่าย

จึงกลายเป็นปัญหาพะรุงพะรังมานาน 3 ปี รัฐบาลปัจจุบันจึงพยายามที่จะแก้ไข เพื่อให้ใช้ทางการแพทย์เท่านั้นตามที่ออกประกาศกฎกระทรวงล่าสุด และกำลังดำเนินการเพื่อนำไปสู่การนำกัญชากลับคืนบัญชียาเสพติดตามเดิม

เชื่อว่าสังคมส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยกับแนวทางนี้ แต่ขณะเดียวกันรัฐบาลต้องคำนึงถึงผลกระทบ และเยียวยาดูแลผู้ประกอบการด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน