นายกรัฐมนตรีได้จัดวางตัวบุคคลให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ลงตัวเรียบร้อย ตามสัดส่วนของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคร่วมรัฐบาล

แม้พรรคภูมิใจไทยจำนวน 69 เสียงถอนตัวออกไป และเสียงสนับสนุนรัฐบาลลดลง แต่ยังเกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรอยู่

คาดว่าจะมีเสถียรภาพเพียงพอที่จะบริหารราชการต่อได้ ในช่วงสองปีหลังนี้ จนกว่าสภาผู้แทนจะครบวาระและเลือกตั้งกันใหม่

ช่วงมีปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และมีการชุมนุมทางการเมืองปลุกชาตินิยมนี้ จักเป็นเครื่องพิสูจน์สติและความตรึกตรองของประชาชนได้อย่างดี

อย่างไรก็ตาม ในทางการเมือง มีการยื่นร้องให้องค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ ให้พิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับการกระทำของนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องดำเนินไปตามกระบวนการ

ขณะเดียวกัน ก็มีผู้ยื่นร้องให้พิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับการกระทำของแกนนำพรรคฝ่ายค้าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพรรคนั้นด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังมีผู้ยื่นร้องเกี่ยวกับการกระทำขององค์กรอิสระ รวมทั้งสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 138 คนด้วย ในกรณีความผิดเกี่ยวกับพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งวุฒิสมาชิกชุดปัจจุบัน

ในเร็วๆ นี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจะวินิจฉัยชี้มูลความผิดจริยธรรมร้ายแรงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในซีกพรรคฝ่ายค้านด้วย ซึ่งน่าติดตามความเป็นไป

กรณีดังกล่าวทั้งหมด เป็นวิถีทางการเมืองซึ่งต้องแก้ไขปัญหาตามระเบียบวิธีการเมือง ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ต้องไม่สนับสนุนแนวทางอื่นนอกจากนี้

น่ายินดีที่ผู้นำกองทัพประกาศชัดเจนว่าจะยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และจะปกปักรักษาอธิปไตยของชาติอย่างแน่วแน่

ดังนั้นการใดๆ หนทางแบบไหนที่จะนำไปสู่การล้มล้างรัฐบาล ด้วยวิธีที่ไม่เป็นไประบอบประชาธิปไตย ประชาชนชาวไทยจะต้องแสดงจุดยืนคัดค้านไม่เห็นด้วย

วิถีประชาธิปไตยนั้นมีกำหนด มีวาระการสิ้นสุดและเริ่มใหม่ด้วยการเลือกตั้ง แต่ระบอบอื่นนอกจากนี้ประชาชนไม่สามารถกำหนดได้ ดังนั้นทุกฝ่ายจึงพึงตระหนัก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน