จากการหารือของผู้บัญชาการทหารในพื้นที่ของไทยและกัมพูชา เพื่อคลี่คลายสถานการณ์การสู้รบ โดยได้ข้อตกลงร่วมกัน 1.หยุดยิงในพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง ยุติการปะทะ ลดความสูญเสีย
2.ไม่โจมตีต่อชีวิตและทรัพย์สินประชาชน 3.งดเสริมกำลังทหาร หรือยุทโธปกรณ์เข้าพื้นที่พิพาท 4.ไม่เคลื่อนย้ายกำลังพลภายในพื้นที่ชายแดนที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือเพิ่มความตึงเครียด
5.อำนวยความสะดวกส่งกลับผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตจากการปะทะ 6.จัดตั้งชุดประสานงานเฉพาะกิจ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาในพื้นที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ
และ 7.รอผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ไทย-กัมพูชา ที่จะมีขึ้นในวันที่ 4 ส.ค.2568 เพื่อให้ข้อตกลงได้รับการรับรอง และมีผลบังคับใช้ในระดับนโยบายของทั้ง 2 ประเทศต่อไป
ข้อตกลงดังกล่าว เป็นความต่อเนื่องจากนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และประธานอาเซียน เป็นเจ้าภาพจัดประชุมร่วมกับรักษาราชการแทนนายกฯ ไทย และนายกฯ กัมพูชา ที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 28 ก.ค.2568 เพื่อหาทางคลี่คลายปัญหา
ระหว่างการประชุม ทั้งไทยและกัมพูชาได้แสดงจุดยืน และเต็มใจที่จะหยุดยิงโดยทันที เพื่อกลับสู่ภาวะปกติ ลดความตึงเครียด ฟื้นฟูสันติภาพ และความมั่นคง
จากนั้นได้บรรลุความเข้าใจร่วมกัน คือหยุดยิงโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไข ตั้งแต่เวลา 24.00 น. ของวันที่ 28 ก.ค. จัดประชุมอย่างไม่เป็นทางการของผู้บัญชาทหารในพื้นที่ของ 2 ฝ่าย
สุดท้ายจัดให้มีการประชุมจีบีซีไทย-กัมพูชา ในวันที่ 4 ส.ค. โดยกัมพูชาเป็นเจ้าภาพ
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงมีการโจมตี และปะทะกันอย่างหนัก แม้กระทั่งถึงกำหนดเวลาที่ตกลงกันแล้วว่าจะหยุดยิง แต่ก็ไม่เป็นไปตามนั้น
ทำให้รัฐบาลไทยออกแถลงการณ์ตอบโต้ที่ละเมิดข้อตกลง ก่อนนำไปสู่การหารือร่วมกันของผู้บัญชาการทหาร 2 ฝ่าย ก่อนมีข้อตกลงร่วมกัน และยอมหยุดยิงชั่วคราว เพื่อรอการประชุมร่วมกันที่จะมีขึ้นในวันที่ 4 ส.ค.
นับเป็นแนวโน้มที่ดี ในความพยายามที่จะคลี่คลายสถานการณ์ โดยทั้ง 2 ฝ่ายเริ่มกลับมาใช้เวทีการเจรจา เพื่อทำความเข้าใจ และความร่วมมือต่อกันที่จะฟื้นฟูสันติภาพ
หวังว่าจะยึดตามข้อตกลงที่มีต่อกัน เพื่อลดความตึงเครียด ความสูญเสีย และเดินหน้าไปสู่การเจรจาที่มากขึ้นต่อไป