จากเหตุปะทะระหว่างทหารไทยกับกัมพูชา บริเวณพื้นที่บ้านซำแต อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2568 สืบเนื่องจากฝ่ายกัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่กำหนดหลังเที่ยงคืนวันที่ 28 ก.ค. โดยยังโจมตีเข้ามาในเขตแดนไทย

ฝ่ายไทยจึงจำเป็นต้องตอบโต้ทางทหารอย่างเหมาะสม เพื่อผลักดันกองกำลังฝ่ายกัมพูชาออกจากพื้นที่

ภายหลังการปะทะมีกำลังพลฝ่ายกัมพูชา 20 นายยอมจำนนจากการสู้รบ กองทัพบกได้ดำเนินการปลดอาวุธ และควบคุมตัวตามกระบวนการทางทหาร ภายใต้แนวทางการปฏิบัติตามหลักมนุษยธรรมสากลอย่างเคร่งครัดทุกขั้นตอน

เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างกว้างขวาง และมีการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ บิดเบือนจากฝ่ายกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง

กำลังพลฝ่ายกัมพูชา 20 นายที่ยอมจำนน ได้รับการรับรองสถานะตามกฎหมายระหว่างประเทศว่าเป็น “เชลยศึก” ตามข้อบทแห่งอนุสัญญาเจนีวา ค.ศ.1949 ซึ่งไทยและกัมพูชาเป็นรัฐภาคีร่วมกัน

สถานะเชลยศึก มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการประณาม หากแต่เป็นการรับรองสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคลในสถานการณ์ความขัดแย้งด้วยอาวุธ รวมถึงการได้รับความคุ้มครองจากการประทุษร้าย การทรมาน การบังคับขู่เข็ญ

การได้รับการปฏิบัติอย่างมีมนุษยธรรม การจัดหาสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐาน อาทิ อาหาร น้ำดื่ม เครื่องแต่งกาย การรักษาพยาบาล การห้ามมิให้กักขังในสถานที่คุมขังตามประมวลกฎหมายอาญา

และการได้รับการปล่อยตัวและส่งกลับภูมิลำเนาเมื่อความขัดแย้งด้วยอาวุธ “สิ้นสุดลงโดยสมบูรณ์” ตามข้อกำหนดในอนุสัญญาเจนีวา ที่ไม่ใช่แค่การหยุดยิง

ต่อมา 1 ส.ค. 2568 ไทยส่งตัวเชลยศึกที่บาดเจ็บ 2 นาย กลับไปยังกัมพูชา หลังได้รับการรักษาจนพ้นขีดอันตราย ที่เหลือ 18 นายยังอยู่ในการควบคุมของฝ่ายไทย ภายใต้กรอบกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ กลไกคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในสภาวะสงคราม

ทางการไทยยังเชิญผู้แทนคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ไอซีอาร์ซี) สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (โอเอชซีเอชอาร์) เข้าเยี่ยมเชลยศึกทั้ง 18 นาย เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า ฝ่ายไทยปฏิบัติต่อผู้ยอมจำนนตามหลักมนุษยธรรม เคารพต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ไม่มีการทารุณกรรม ไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่ได้เป็นการลักพาตัว ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จและบิดเบือนจากฝ่ายกัมพูชา

เป็นเรื่องถูกต้องแล้ว ที่ฝ่ายไทยปฏิบัติตามกฎหมายและหลักสากลได้เป็นอย่างดี จะมีผลได้รับการเชื่อถือจากนานาชาติ โดยชัยชนะในสงครามที่แท้จริง สมควรเป็นชัยชนะที่ไม่ละเมิดหลักมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าจะกับพลเรือน ทหาร หรือแม้แต่ “เชลยศึก” ก็ตาม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน