ผ่านวาระ 3 เรียบร้อยแล้ว ด้วยมติที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเสียงข้างมาก จำนวน 257 ต่อ 230 งดออกเสียง 1 หลังมีการอภิปรายอย่างกว้างขวางตลอด 3 วัน
สำหรับร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ในวงเงินงบประมาณ จำนวน 3.78 ล้านล้านบาท
ในจำนวนดังกล่าว ในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้พิจารณาปรับลดงบประมาณของกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ ลง รวมทั้งสิ้นเป็นจำนวน 8,920.7 ล้านบาท
โดยนำไปจัดสรรให้ส่วนราชการตามที่คณะรัฐมนตรีเสนอ จำนวน 8,690.5 ล้านบาท และให้หน่วยงานของรัฐสภา ศาล องค์กรอิสระ และอัยการรวม 230.2 ล้านบาท
จากนี้ไปจะนำเข้าสู่ที่ประชุมของสมาชิกวุฒิสภา เพื่อให้ความเห็นชอบ คาดว่าจะไม่เป็นปัญหา แม้ว่าสมาชิกวุฒิสภาส่วนใหญ่กำลังถูกตั้งข้อกล่าวหาในเรื่องที่มาและความไม่โปร่งใสก็ตาม
เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนแล้ว จะนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ประกาศใช้เป็นกฎหมายและเริ่มเบิกจ่ายในปีงบประมาณใหม่เดือนตุลาคมทันที
รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ในฐานะผู้แทนคณะรัฐมนตรี ย้ำว่ารัฐบาลจะนำข้อสังเกตไปปรับปรุง โดยใช้งบประมาณเกิดความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน
อีกทั้งให้ความมั่นใจว่าจะควบคุมดูแลเพื่อการใช้จ่ายงบประมาณดังกล่าว มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และบรรลุสัมฤทธิ์ตามนโยบายที่กำหนดไว้ ซึ่งทุกภาคส่วนต้องร่วมกันติดตามและตรวจสอบ
งบประมาณถือเป็นกฎหมายสำคัญอันเป็นเครื่องมือของรัฐบาลที่จะนำไปใช้จ่ายในการบริหารประเทศ ตามนโยบายและภารกิจที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา ซึ่งฝ่ายนิติบัญญัติมีอำนาจตรวจสอบเช่นกัน
เป็นเงินที่อนุญาตให้นำไปใช้จ่ายในการบริหารราชการแผ่นดิน และรวมทั้งที่องค์กรอื่นๆ ของรัฐ นำไปใช้จ่ายตามอำนาจหน้าที่และภารกิจที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ
สำหรับผลการลงมติของสมาชิกนั้น สะท้อนว่าเสียงสนับสนุนรัฐบาลยังมีความมั่นคงอยู่ และได้รับ ความสนับสนุนเพิ่มเติมให้จากฝ่ายค้านส่วนหนึ่ง ทำให้พ้นเสียงปริ่มน้ำมาได้
แม้รัฐบาลจะสามารถกุมเสียงส่วนใหญ่ในสภาได้ แต่จักต้องรีบเร่งสร้างความศรัทธาและความเชื่อมั่นจากประชาชนเพิ่มขึ้นโดยเร็ว เพราะขณะนี้นอกจากวิกฤตเศรษฐกิจแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่หนักหน่วงไม่แพ้กัน