เหตุการณ์สู้รบบริเวณชายแดนติดกัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อไทยในหลายมิติทั้งความมั่นคง และเศรษฐกิจ กล่าวอย่างเจาะจงหนึ่งในนั้นคือปัญหาแรงงานขาดแคลน

เนื่องจากแรงงานกัมพูชาจำนวนหลายหมื่นคนเดินทางกลับประเทศหลังมีการปิดด่านชายแดนทั้งสองฝั่ง ส่งผลกระทบทำให้นายจ้างผู้ประกอบการภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะภาคเกษตร อุตสาหกรรม และก่อสร้าง ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก

แม้รัฐบาลไทยพยายามเร่งเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านอื่น เช่น ลาว เมียนมา และเวียดนาม เพื่อทดแทนแรงงานกัมพูชาที่ขาดไป

แต่สิ่งที่ตามมาคือแรงงานผิดกฎหมายที่ลักลอบเข้ามาในไทยจำนวนมากผ่านช่องทางธรรมชาติที่ยากต่อการควบคุม

การลักลอบเข้ามาทำงานโดยผิดกฎหมายไม่เพียงส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศ แต่ยังเปิดช่องให้เกิดการค้ามนุษย์ การแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบและการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อแรงงานต่างด้าว

หากทิ้งไว้จะเป็นปัญหาสะสมและส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ ทางออกของปัญหานี้ไม่ใช่แค่การผลักดันกลับ หรือจับกุม แต่ต้องใช้แนวทางแบบบูรณาการตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

รวมถึงการที่ภาครัฐควรเร่งจัดระบบนำเข้าแรงงานถูกกฎหมาย ลดขั้นตอนลดค่าใช้จ่ายการนำเข้าให้ถูกลงและรวดเร็วขึ้น เพื่อเป็นแรงจูงใจไม่ให้นายจ้างผู้ประกอบการหันไปใช้แรงงานเถื่อน

ทั้งต้องเสริมกำลังควบคุมชายแดน ใช้เทคโนโลยีร่วมกับกำลังเจ้าหน้าที่และร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านปราบปรามขบวนการนำพาแรงงานผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่องจริงจัง

อีกประเด็นที่สำคัญไม่แพ้กันคือ มาตรการลงโทษนายจ้างผู้ใช้แรงงานเถื่อน นายจ้างที่จ้างแรงงานผิดกฎหมายควรได้รับโทษที่หนักขึ้น และมีการสุ่มตรวจเข้มในพื้นที่เสี่ยง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้แรงงานที่ลักลอบเข้ามา เข้าสู่ระบบได้ภายใต้กรอบกฎหมายที่รัดกุม

สำคัญที่สุดการแก้ปัญหานี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ที่ต้องไม่ตีค่าแรงงานต่างด้าวว่าเป็นแค่แรงงานราคาถูก แต่คือกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

ปัญหาซ้ำซ้อนนี้รัฐบาลจึงจำเป็นต้องวางมาตรการเชิงรุกและรับอย่างรอบด้าน ภาครัฐต้องเป็นหัวหอกจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวให้ถูกต้อง เพื่อลดผลกระทบกับเศรษฐกิจและความมั่นคงของไทยอย่างมีประสิทธิผล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน