นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 3/2568 ระหว่างวันที่ 19-24 กันยายน 2568
โดยสอบถามความคิดเห็นจากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ทั่วประเทศ จำนวน 2,500 หน่วยตัวอย่าง
เป็นการสำรวจเกี่ยวกับคะแนนนิยม หลังการเกิดขึ้นของรัฐบาลเสียงข้างน้อย ที่พรรคประชาชนร่วมลงมติเห็นชอบนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี
เป็นที่น่าสังเกตว่าคะแนนนิยมพรรคประชาชนที่เคยนำโด่งมาทุกการสำรวจตั้งแต่เดือนมกราคม ปรากฏว่าลดลงจากครั้งที่สองที่มีอยู่ร้อยละ 46.08 มาเหลือร้อยละ 33.08 และลดน้อยลงจากครั้งแรกที่มีอยู่ร้อยละ 37.10
ขณะที่พรรคเพื่อไทย คะแนนนิยมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการสำรวจครั้งที่สอง ซึ่งได้ร้อยละ 11.52 เพิ่มเป็นร้อยละ 13.96 ลดลงจากการสำรวจครั้งแรกที่ได้ร้อยละ 28.25 ซึ่งขณะนั้นยังเป็นรัฐบาล
ส่วนพรรคภูมิใจไทยได้เพิ่มขึ้นจากเลขตัวเดียวจากการสำรวจทั้งสองครั้งมาอยู่ที่ร้อยละ 13.24 โดยพรรครวมไทยสร้างชาติ มีคะแนนนิยมลดลงกลับไปเป็นเลขตัวเดียวที่ร้อยละ 6.12
แต่การสำรวจครั้งนี้พบด้วยว่ายังไม่มีพรรคการเมืองใดที่เหมาะสม โดยเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 21.64 จากการสำรวจครั้งที่สองที่ยังเป็นเลขตัวเดียว และครั้งแรกมีจำนวนร้อยละ 8.75 เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ผลการสำรวจครั้งนี้เป็นเพียงความคิดเห็นเบื้องต้น สะท้อนความรู้สึกเกี่ยวกับการเมืองขณะนี้เท่านั้น และสะท้อนให้เห็นว่าฝ่ายค้านสองพรรคใหญ่ยังมีคะแนนนิยมอยู่
วันที่ 30 กันยายนนี้ เป็นวันรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาอีกเป็นวันที่สอง ซึ่งเป็นเวลาการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภา คาดว่าประชาชนจะเฝ้ามองและติดตามบทบาทของพรรคการเมืองสองพรรคใหญ่นี้เป็นสำคัญ
ประกอบด้วย พรรคประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักกรณีเป็นฝ่ายค้าน เมื่อประกาศตัวยังเป็นฝ่ายค้านอยู่จะสามารถตรวจสอบรัฐบาลได้เข้มข้นลงลึกเหมือนเดิมหรือไม่
อีกพรรคคือเพื่อไทย ซึ่งตระเตรียมแกนนำระดับขุนพลชุดใหญ่ร่วมอภิปราย เป้าหมายเพื่อชี้ให้เห็นถึงความไม่ชอบมาพากลต่างๆ ทั้งปอกเปลือกโฉมหน้ารัฐบาล และเปลื้องเปลือยรัฐมนตรีบางคน
เมื่อรัฐธรรมนูญให้อำนาจรัฐสภาตรวจสอบรัฐบาล จึงต้องมีฝ่ายค้านเพื่อทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง โดยขณะนี้มีเสียงข้างมากรวมกันเกินกึ่งหนึ่ง จึงต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าใครสามารถทำหน้าที่ได้เต็มศักยภาพอย่างแท้จริง