เหตุการณ์ถนนสามเสนบริเวณหน้า ร.พ.วชิรพยาบาล และสน.สามเสนแห่งใหม่ ทรุดตัวเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ ถือเป็นอุบัติภัยกลางเมืองที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน
แม้จะไม่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บร้ายแรง แต่ความเสียหายต่อสาธารณสมบัติ ความหวาดผวาของประชาชน และคำถามถึงความปลอดภัยโครงการก่อสร้างใต้ดินทั่วกรุงเทพฯ ได้ดังขึ้นทันที
จากข้อมูลเบื้องต้นสันนิษฐานว่าเหตุการณ์นี้เกิดจากโครงสร้างใต้ดินอ่อนตัว หรืออาจมีการรั่วซึมของน้ำใต้ดินที่กัดเซาะดินจนกลายเป็นโพรง ก่อนที่น้ำหนักของผิวถนนและการจราจรจะกดทับจนทรุดตัวลงในที่สุด
ยิ่งในพื้นที่ที่มีโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน หรือโครงข่ายสาธารณูปโภคที่ซับซ้อนใต้ดิน หากไม่มีการสำรวจและควบคุมคุณภาพอย่างเคร่งครัด ก็อาจนำไปสู่อุบัติภัยใหญ่เช่นนี้ได้
แม้กรุงเทพมหานคร และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. จะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ด้วยการเร่งซ่อมแซมพื้นผิวถนนให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็วภายในวันที่ 8 ต.ค.
แต่แนวทางป้องกันในอนาคต สิ่งที่ต้องดำเนินการตามคำแนะนำผู้เชี่ยวชาญธรณีวิทยาคือ การสำรวจโครงสร้างใต้ดินในพื้นที่เสี่ยงทั่วกรุงเทพฯ อย่างเป็นระบบ
ตลอดจนบูรณาการข้อมูลร่วมกันระหว่าง รฟม. บริษัทก่อสร้าง กทม. การประปา และการไฟฟ้า เพื่อให้รู้แผนที่โครงสร้างใต้ดินที่ถูกต้องและอัพเดตตลอดเวลา
บังคับใช้มาตรฐานการตรวจสอบคุณภาพดิน และความมั่นคงของพื้นที่ทั้งก่อน ระหว่างและหลังการก่อสร้างอย่างเคร่งครัด มีระบบเตือนภัยล่วงหน้าหากพบความผิดปกติใต้ดินจากเซ็นเซอร์ หรือการตรวจจับคลื่นความถี่ ใต้ผิวดิน
เหตุการณ์นี้คืออุทาหรณ์ครั้งใหญ่ เตือนใจทุกฝ่ายว่า การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ใต้ดินเมืองหลวงต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุด รอบคอบทุกขั้นตอนและโปร่งใสในการบริหารจัดการ
โดยเฉพาะเมื่อปัจจัยด้านชั้นดินและโครงสร้างใต้ดินมีความลึกลับซับซ้อน มากกว่าบนพื้นผิวดินที่สังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า
รฟม. บริษัทก่อสร้าง หน่วยงานกรุงเทพมหานคร ภาควิชาการและภาคประชาชน ต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด มีระบบตรวจสอบที่เข้มงวดและทรงประสิทธิภาพ มาตรการแจ้งเตือนและแผนรับมือฉุกเฉินที่ชัดเจน
เหตุครั้งนี้นับเป็นเหตุใหญ่ร้ายแรง ทุกฝ่ายจึงต้องทำให้มั่นใจว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก เพื่อรักษาความเชื่อมั่นในโครงการพัฒนารถไฟฟ้าใต้ดิน และความปลอดภัย ของประชาชนอย่างแท้จริง