พรรคเพื่อไทย เปิดตัวแคมเปญว่าพรรคเพื่อไทยจะกลับมา ประกาศความพร้อมวางผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนระบบเขตเลือกตั้ง 400 เขตโดยจะประกาศเปิดตัวรอบแรก
กำหนดวันที่ 7 ตุลาคมนี้ โดยจะปรับปรุงยกเครื่องพรรคให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง เพื่อยกเครื่องประเทศ สานต่อภารกิจที่ได้ดำเนินการระหว่างเป็นรัฐบาลช่วงสองปีที่ผ่านมา
โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนนโยบายอย่างต่อเนื่องรวมสองคน คือ นายเศรษฐา ทวีสินและนางสาวแพทองธาร ชินวัตร
แต่ทั้งสองคนก็พบกับความเปลี่ยนแปลงที่ฉับพลัน มีอันต้องพ้นจากตำแหน่งด้วยเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ซึ่งเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไป
แม้หัวหน้าพรรคขณะนี้จะไม่สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นได้ แต่ก็ประกาศความมุ่งมั่นว่าจะเป็นผู้นำทัพขับเคลื่อนในการเลือกตั้งใหญ่ในเร็วๆ นี้ อย่างแน่นอน
จริงอยู่ อาจมีสมาชิกบางคนไม่อยู่ร่วมงานกับพรรคต่อ ด้วยเงื่อนไขส่วนตัวและความจำเป็นในพื้นที่ แต่ก็มีผู้มีความรู้ความสามารถ ความตั้งใจอย่างมุ่งมั่นพร้อมมาร่วมภารกิจอีกจำนวนไม่น้อย
คนเก่าจากไปคนใหม่ก็เข้ามา ถือเป็นธรรมดาของการเมือง แต่หัวใจและอุดมการณ์จักต้องคงอยู่ ซึ่งผ่านการพิสูจน์ของประชาชนมาแล้วตั้งแต่พรรคไทยรักไทย
ระหว่างนี้ จึงถือเป็นโอกาสอันเหมาะสมที่จะได้ทบทวนและยืนหยัดอยู่บนความศรัทธาเชื่อมั่นจากคะแนนของพรรคจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมากว่า 11 ล้านเสียงให้จงได้
ผลการเลือกตั้งซ่อมทั้งสองเขต ได้แก่ เชียงราย เขต 7 คะแนนของผู้สมัครเพิ่มจากฐานเดิมอีกจำนวนมาก และศรีสะเกษ เขต 5 แม้ว่าจะพ่ายแพ้ แต่คะแนนนิยมจากคนเก่าก็ถือว่าขาดวิ่นไปไม่มากนัก
ยังเหลืออีกแห่งที่กาญจนบุรี เขต 4 ซึ่งกำหนดเลือกตั้งซ่อมในวันที่ 19 ตุลาคมนี้แทนคนเก่าของพรรคที่ลาออกไปอยู่กับพรรคอื่น ก็จะเป็นการพิสูจน์อีกทางว่าพรรคเพื่อไทยจะมีเสียงตอบรับอย่างไร
อย่างไรก็ตาม บุคลากรของพรรคในขณะนี้ ยังถือว่ามีครบทุกเจเนอเรชั่น ตั้งแต่นักการเมืองผู้คร่ำหวอดจนถึงคนรุ่นใหม่ ซึ่งเพียงพอที่จะร่วมขับเคลื่อนกันต่อไป
นักการเมืองมีเกิดและมีดับ พรรคการเมืองมีรุ่งโรจน์และร่วงโรยตามเหตุปัจจัย แต่ถ้ายึดมั่น ยึดโยง สร้างความผูกพันกับประชาชนอย่างแนบแน่น รวมทั้งปรับปรุงจุดอ่อนเติมจุดแข็งก็ย่อมได้อ้อมกอดที่อบอุ่นคืนกลับมา