ในห้วงเวลาคนไทยน้อมรำลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ต่อการที่พระองค์ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา พระปรีชาญาณ และพระวิริยอุตสาหะ
ทุกโครงการพระราชดำริและพระราชกรณียกิจ สะท้อนพระราชหฤทัยมุ่งมั่นจะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยให้ดีขึ้น
ด้านการส่งเสริมศิลปาชีพ ทรงเล็งเห็นความลำบากของประชาชนในชนบทที่ขาดโอกาสในการประกอบอาชีพ ทรงก่อตั้ง “มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ” เพื่อเปิดโอกาสให้ราษฎรได้เรียนรู้ ฝึกฝน และสร้างรายได้จากภูมิปัญญาท้องถิ่น
ทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดิน งานปั้น งานทอ งานจักสาน ทั้งหมดเป็นมรดกแผ่นดินสืบต่อจนถึงปัจจุบัน
ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ พระราชดำรัส “พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า” เป็นถ้อยคำแห่งความรักและภักดีที่ทรงมีต่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
พระราชดำริ “บ้านเล็กในป่าใหญ่” คือรากฐานการฟื้นฟูผืนป่าและระบบนิเวศ เพื่อให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างกลมกลืน เป็นแบบอย่างการพัฒนาอย่างยั่งยืน
แสดงถึงพระราชปณิธานอันแรงกล้าที่จะทรงงานด้านอนุรักษ์ป่า ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำ เพื่อช่วยให้พสกนิกรชาวไทยมีน้ำเพียงพอต่อการดำรงชีพและทำการเกษตร
ด้านหัตถศิลป์ ทรงเป็นแรงบันดาลใจในการฟื้นคืนคุณค่าผ้าทอพื้นเมืองไทย ทรงเห็นความงามของผืนผ้าซิ่นไหมมัดหมี่จากฝีมือหญิงชาวบ้าน และทรงส่งเสริมให้ทอผ้าเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ กล่าวกันว่าเป็นผืนผ้าแห่งความภาคภูมิของแผ่นดิน
ภาคการเกษตร ทรงเน้นการวิจัย ทดลองและส่งเสริมพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับสภาพท้องถิ่น สนับสนุนให้เกษตรกรพึ่งพาตนเอง สร้างรายได้จากหลากหลายอาชีพ เพื่อให้มีชีวิตมั่นคงยั่งยืน
ด้านการสาธารณสุข ทรงจัดตั้ง “หน่วยแพทย์พระราชทาน” และ “มูลนิธิสายใจไทย” เพื่อช่วยเหลือราษฎรผู้เจ็บป่วย ผู้ประสบภัยและผู้ปฏิบัติหน้าที่ชายแดน กรณีทรงพบราษฎรเจ็บป่วยจะทรงรับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ทรงอุปถัมภ์องค์กรการกุศล สมาคม มูลนิธิต่างๆ จำนวนมาก
เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในห้วงเวลาแห่งความโศกเศร้า ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า นอกจากการแสดงออกด้วยการถวายอาลัย ยังต้องร่วมแรงร่วมใจสืบสานพระราชปณิธาน ดำรงไว้ซึ่งโครงการอันทรงคุณค่าทั้งหลาย
เพื่อให้คุณูปการที่พระองค์ทรงสร้างไว้ดำรงอยู่คู่แผ่นดินไทยตลอดไป