ขัตติยา เผย กมธ.แก้รธน.ยังไม่เคาะโมเดล ส.ส.ร. ยอมรับยังเห็นต่างเรื่องที่มา เชื่อไม่เป็นอุปสรรค บอกไม่มีเวลาแน่ชัดเปิดวิสามัญช่วงใด
เมื่อวันที่ 3 พ.ย.2568 ที่รัฐสภา น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล สส. บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พ.ศ… รัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการนัดประชุม กมธ.ครั้งถัดไปว่า จะประชุมอีกครั้งในวันพุธ พฤหัสบดี และศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป
ที่ผ่านมาเราพูดคุยกันถึงคอนเซปต์ เมื่อเราเห็นในทำนองเดียวกันแล้ว ก็จะนำคอนเซปต์นี้ไปลงในรายมาตราได้ เช่น เรื่องคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่บอกว่าไม่ให้ประชาชนเลือกผู้ร่างโดยตรงได้นั้น คำว่าโดยตรงนั้น จะทำอะไรได้มากน้อยเพียงใด จากนั้นจึงมาพูดคุยกันว่าจะมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) และมีกมธ.ยกร่าง หรือสุดท้าย จะมีเพียงแค่กมธ.ยกร่างเพียงอย่างเดียว
น.ส.ขัตติยา กล่าวต่อว่า ในเมื่อไม่สามารถให้ประชาชนเลือกผู้ยกร่างโดยตรงได้ ซึ่งในที่ประชุมก็มีหลายความเห็น นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการเปิดรับฟังความเห็นของประชาชน ที่จะมาอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญนั้น จะใช้รูปแบบใด จะเปิดให้ตั้งกลุ่มบุคคลเพื่อไปรับฟังความคิดเห็น หรือจะใช้ช่องทางรัฐสภา เช่น การใช้กมธ.สามัญ หรือจะตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อไปรับฟังความคิดเห็น
เมื่อถามว่าเบื้องต้นยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องโมเดล ส.ส.ร. และกรรมาธิการยกร่างฯ ใช่หรือไม่ น.ส.ขัตติยา กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่กมธ.เรามี 30 กว่าคน จึงใช้วิธีให้แต่ละพรรคและสว. เลือกผู้แทนมาหนึ่งคน แล้วเข้าไปเป็นคณะทำงานเพื่อไปพูดคุยถึงคอนเซปต์ให้ตกผลึกกันมาระดับหนึ่งแล้ว จึงมาคุยกันในกมธ.ชุดใหญ่จะได้ง่ายขึ้น
เมื่อถามว่าเสียงที่แตกเรื่องที่มา ส.ส.ร. จะเป็นอุปสรรคต่อการทำงานหรือไม่ น.ส.ขัตติยา กล่าวว่า ไม่ได้เป็นอุปสรรค สุดท้ายแล้ว เราก็ต้องหาจุดที่ทุกฝ่ายยอมรับ เพราะมีการถกถึงข้อดี ข้อเสียกันก่อนหน้านี้แล้วว่าทุกคนห่วงว่า ส.ส.ร. หากเราให้ประชาชนมีส่วนร่วม แม้จะเป็นอีกชั้นหนึ่งคือ สมมติว่าประชาชนเลือกมาแล้ว แล้วมาตั้งอีกครั้ง
น.ส.ขัตติยา กล่าวต่อว่า ทุกคนห่วงว่าจะขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จึงพยายามหาทางที่จะไม่ให้ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ได้มากที่สุด เราจึงพูดคุยกันว่าแต่ละโมเดล ให้ไปร่างมาเพื่อใส่ไว้ในมาตรา ให้ไปลองทำมาดูก่อน แม้สุดท้ายแล้ว ที่ประชุมจะมีมติเลือกแบบใดก็ตาม อย่างน้อยก็มีเตรียมความพร้อมไว้
เมื่อถามถึงกรณีมีคนไปร้องว่าการที่สมาชิกรัฐสภาเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา อาจเป็นการล้มล้างการปกครอง มองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในอนาคตจะสะดุดหรือไม่ น.ส.ขัตติยา กล่าวว่า ไม่ ตนคิดว่าเราพยายามทำตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัดมากที่สุด อะไรที่เสี่ยงว่าจะขัดต่อคำวินิจฉัย เราก็เลี่ยง
ในส่วนนี้เราไม่กลัว เพราะทุกคนที่เข้ามาอยู่ใน กมธ.มีความตั้งใจ และอะไรที่ทุกคนคิดว่าเสี่ยงในจุดไหนก็ให้รีบแจ้งกมธ.ก่อน น่าจะดี เราจะได้อธิบายและนำข้อนั้นมาเป็นจุดสังเกตการที่เราจะตัดสินใจและลงมติในการที่จะทำแต่ละมาตรา
เมื่อถามว่าเบื้องต้นได้คุยกันหรือไม่ว่าจะเปิดสมัยประชุมวิสามัญ ได้เมื่อไหร่ น.ส.ขัตติยา กล่าวว่าคุยกันอยู่ว่าเราทำกันมาหลายรูปแบบ และทางสภาฯ ก็ทำป็อปอัพมาให้ว่าหากเรพิจารณาเสร็จได้ภายในกี่ครั้งของ กมธ. เราจึงจะเปิดประชุมสมัยวิสามัญตอนไหนได้บ้าง ซึ่งเรานำทุกอย่างมาประเมินสถานการณ์
แต่ก็มีการท้วงติงจาก สว.ว่าต้องใช้เสียง สว.โหวตด้วย ฉะนั้น เขาจึงต้องใช้เวลาไปอธิบายให้ สว.ทั้ง 200 คนเข้าใจถึงเนื้อหาของการแก้ไข เขาจึงกังวลว่าหากเปิดประชุมสมัยวิสามัญ ช่วงเดือนพ.ย.นั้น จะทำให้เขาไปถ่ายทอดไม่ทัน
น.ส.ขัตติยา กล่าวต่อว่า แม้กระทั่งว่าหากเราต้องประชุมให้เสร็จทุกนัด ภายในวันที่ 15 พ.ย. กว่าจะทำรายงานเสร็จ เขารู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่รัดเกินไป เนื่องจากเป็นกฎหมายที่สำคัญ จึงขอผ่อนออกไปได้หรือไม่ แต่ในส่วนนี้เราพยายามทำให้ทันกรอบเวลารัฐบาลและสภาฯชุดนี้
สุดท้ายแล้วเราทราบว่าจะยุบสภา ในวันที่ 31 ม.ค.2569 เราจึงใช้เงื่อนไขนี้มาประเมินการทำงานว่าควรเป็นกรอบเวลาใด แต่ขณะนี้ยังไม่มีเวลาที่แน่นอนว่าจะเปิดประชุมสมัยวิสามัญช่วงใด