เลขากฤษฎีกา ระบุเป็นหน้าที่เลขาฯครม. แจงปม ป.ป.ช.ไต่สวน ‘เศรษฐา-ครม.’ มีมติโยกงบ 3.5 หมื่นล้านแจกเงินหมื่น ชี้ใครผิด-ใครรอด ต้องดูเป็นรายบุคคล
เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 4 พ.ย.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้สัมภาษณ์ถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รับเรื่องไว้ไต่สวนนายเศรษฐา ทวีสิน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี (ครม.) กับพวก โยกงบ 3.5 หมื่นล้านบาท ไปทำโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ว่า ตามหลักถ้าเป็นแบบนั้น เลขาธิการ ครม.จะเป็นผู้ทำหนังสือชี้แจง เพราะเป็นเรื่องของที่ประชุม ครม.
ผู้สื่อข่าวถามว่าทุกคนในห้องประชุม ครม.วันที่มีมติดังกล่าวต้องถูกไต่สวนหมดหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นสำนวน ต้องดูว่ามีการตั้งไต่สวนอย่างไร
เมื่อถามถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ เมื่อครั้งเป็นรองนายกฯและรมว.มหาดไทย ใน ครม.ชุดดังกล่าว นั่งร่วมประชุม ครม.อยู่ด้วย นายปกรณ์ กล่าวว่า ตนจำไม่ได้จริงๆ
เมื่อถามย้ำว่าผู้ที่อยู่ในห้องประชุม ครม.วันนั้น ต้องเข้าไปชี้แจงต่อ ป.ป.ช.หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ไม่ โดยปกติเลขาธิการ ครม.จะทำหนังสือชี้แจงไป เพราะ ป.ป.ช.จะทำหนังสือถามมาเป็นทางการก่อน ส่วนเมื่อตอบไปแล้วป.ป.ช.จะเรียกผู้ใดไปชี้แจงก็เป็นเรื่องของ ป.ป.ช. ตามกระบวนการและวิธีพิจารณาของเขา แต่โดยหลักการแล้วทางสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) จะเป็นผู้ตอบเป็นหลัก
เมื่อถามว่า หากวันที่ครม.มีมติดังกล่าว มีผู้ที่อยู่ในห้องประชุมทักท้วง จะถือว่าผู้นั้นไม่มีความผิดใช่หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า อันนี้ตนไม่ทราบ แล้วแต่ข้อเท็จจริง ต้องดูเป็นรายบุคคล