อภิสิทธิ์ ยื่นปปง. สอบอดีตรัฐมนตรี-นักการเมือง เอี่ยวสแกมเมอร์ พบความผิดปกติ ทำธุรกรรมเริ่มจากทุนจดทะเบียน 10เหรียญสหรัฐ เข้าซื้อกิจการมูลค่าสูงกว่าล้านเท่า
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 20 พ.ย.2568 ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายกรณ์ จาติกวนิช รองหัวหน้าพรรค และนายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรค ไปยื่นหลักฐานเส้นทางธุรกรรมการเงินของกระบวนการสแกมเมอร์
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปัญหาสแกมเมอร์ ถือเป็นปัญหาใหญ่ ไม่ใช่แค่ประเทศไทย และโลกก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ที่ผ่านมามีการวิพากษ์วิจารณ์และมีการอภิปรายเกิดขึ้นที่รัฐสภาว่ามีกระบวนการสแกมเมอร์ระดับโลก เข้ามาเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมในไทย เชื่อมโยงกับคนไทยหลายคน รวมทั้งบุคคลที่มีตำแหน่งทางการเมืองด้วย
ที่ผ่านมาสิ่งที่เห็น เป็นการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ระหว่างบริษัทหรือการทำธุรกิจร่วมกัน แต่รัฐบาลก็ตอบสนองด้วยการจัดทำข้อตกลงกับหน่วยงานต่างๆ และบอกว่าให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกันและถือเป็นวาระแห่งชาติ จนถึงวันนี้ยังไม่ทราบว่าหน่วยงานต่างๆ ดำเนินการอย่างไร ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย เคยบอกว่าใครที่มีข้อมูลหรือมีหลักฐาน ให้เสนอรัฐบาล
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ทำ มีเหตุผลหลักอยู่ 2 ประการคือ 1.ขณะนี้สหรัฐฯอยู่ในขั้นตอนตรากฏหมาย ที่มีการระบุบุคคลที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับอาชญากรรมนี้ ถ้ากฎหมายนี้ผ่านภายในไม่เกิน 6 เดือน สหรัฐฯ จะเข้ามาดำเนินการได้หลายอย่าง หากติดตามข่าวสารโดยเฉพาะข่าวต่างประเทศ จะพบว่าขณะนี้หลายประเทศดำเนินการในเรื่องนี้ไปแล้ว ทั้งยึดทรัพย์ จับเครือข่ายอาชญากรรม
แต่ประเทศไทยขณะนี้ ถูกจับตาว่ายังไม่ได้ดำเนินการใดๆ เลย ดังนั้น พรรคห่วงว่า ถ้าปล่อยเป็นเช่นนี้ต่อไป นอกจากมีคำถามในเรื่องของอธิปไตยแล้ว เราเคยเห็นภาพรัฐบาลจีน เข้ามากำกับดูแลการปฏิบัติการเกี่ยวกับสแกมเมอร์ ที่อยู่ชายแดนไทย ถ้าเกิดแบบนี้กับสหรัฐฯอีก ภาพลักษณ์ของไทยจะเสียหายอย่างมาก เพราะจะกลายเป็นประเทศที่อำนวยความสะดวกหรือมีระบบการเงินต่างๆ รองรับอาชญากรรมเหล่านี้
2.ปัจจุบันมีการษ์วิจารณ์มาก ภายใต้คำว่าทุนเทาซึ่งเข้ามาทำลายเศรษฐกิจ และยังครอบงำทางการเมืองด้วย พรรคมองว่าเราไม่ต้องการให้ทุนเทาคืบคลานเข้ามาครอบงำการเมือง หรือถ้ามีก็ต้องเร่งขจัดโดยเร็ว
“ยืนยันว่าพรรค จะไม่เอาเรื่องทุนเทามาหาเสียงหรือกล่าวหากันไปมา ดังนั้น พรรคจึงหาหลักฐาน ใช้วิธีตรวจสอบธุรกรรมของบุคคลและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ ซึ่งมีรายชื่อของคนที่อยู่ในกฎหมายของสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังพบว่ามีความผิดปกติของการทำธุรกรรม เริ่มต้นแค่ 10 เหรียญสหรัฐ หรือ 330 บาทไทย ที่เป็นทุนจดทะเบียนของบริษัทที่มีอดีตรัฐมนตรีเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ สามารถเข้ามาซื้อกิจการซึ่งมีมูลค่าสูงกว่าเป็นล้านเท่า”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า ในที่สุดบริษัทเหล่านี้ก็มาเชื่อมโยงกับบุคคลที่มีรายชื่อในสหรัฐฯ และปลายทางยังเชื่อมโยงมาถึงบริษัทพลังงานหลักของไทยที่เคยตกเป็นข่าวมาแล้วว่า อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา ดังนั้น ธุรกรรมที่พบผิดปกติจะมีตั้งแต่การซื้อขายหลักทรัพย์ราคาเกินจริงกว่าในตลาด มีการจัดทำโครงสร้างบริษัทเพื่อหลบเลี่ยงการห้ามทำกิจกรรม เพราะเป็นบริษัทต่างชาติและยังมีอื่นๆ อีกมาก
“เรามายื่นปปง. เพราะมีความผิดปกติทางธุรกรรม ตามกฎหมาย ปปง. ซึ่งมีเหตุผลเพียงพอที่ ปปง. จะเริ่มต้นกระบวนการตรวจสอบได้ สิ่งที่ต้องการให้ ปปง. ทำคือ ใช้ความผิดปกติของธุรกรรมเหล่านี้ ซึ่งมีหลักฐานแล้วนำไปขยายผล เชื่อมโยงไปยังรายชื่อของบุคคลต่างๆ และเพิ่มชื่อบุคคลที่เข้ามาเกี่ยวข้องในตรงจุดนี้ เพื่อระงับการทำธุรการ อายัดทรัพย์
และประสานกับคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ก.ล.ต.) รวมถึงสถาบันการเงินอื่นๆ ให้ค้นหาได้ว่าธุรกรรมที่ผิดปกติ เจ้าของเงินที่ได้ประโยชน์ที่แท้จริงคือใคร จากนั้นเราเชื่อว่าจะขยายผลไปยังคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด”นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้ำเป้าหมายของพรรคว่าไม่ได้เจาะจงไปยังบุคคลใดบุคคลหนึ่งทางการเมือง แต่สิ่งที่ทำคือการปรามกระบวนการสแกมเมอร์ หลังจากนี้จะไปยื่นเรื่องที่ ก.ล.ต. ด้วย และอยากให้ 2 หน่วยงานนี้ทำงานประสานกัน เพราะความผิดในกฎหมายหลักทรัพย์ อาจเป็นความผิดมูลฐาน นอกเหนือจากการฉ้อโกงประชาชน การค้ามนุษย์ ซึ่งมีรายงานเกี่ยวข้องกับบุคคลเหล่านี้อยู่แล้ว
อยากให้ ปปง.ประสานงานกับหน่วยงานต่างประเทศอีกด้วย ซึ่งจะต้องร่วมมือกันเพราะเรื่องนี้เป็นการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ คาดหวังจะเห็นการดำเนินการโดยเร็วและเป็นรูปธรรม ไม่เพียงแต่เอาผิดในสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว แต่เพื่อสกัดกั้นไม่ให้มีการโยกย้ายถ่ายโอนสินทรัพย์ หรือเรื่องเงินอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะทำให้การเอาผิดยากขึ้น
“หวังว่ารัฐบาลจะสนับสนุนหน่วยงานเหล่านี้ ซึ่งมีอำนาจตรวจสอบ การเมืองต้องไม่เข้ามาเป็นอุปสรรค และการเมืองต้องสนับสนุน แต่เมื่อคาบเกี่ยวกันตรงจุดนี้แล้ว อยากให้นายกฯ รับทราบว่าสิ่งหนึ่งที่จะช่วยพิสูจน์ให้เห็นความจริงได้ อย่างน้อยคนที่เกี่ยวโยงถึงขั้นเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายของบุคคลที่โลกสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ ไม่สมควรมีตำแหน่งทางการเมือง
แต่เมื่อรัฐบาลตั้งไปแล้ว สิ่งแรกที่จะพิสูจน์คือต้องให้พ้นจากตำแหน่ง ยืนยันไม่ได้กล่าวหาว่าทำอะไรผิด แต่ต้องคิดถึงความน่าเชื่อถือของไทย ขณะที่ประเทศอื่นตรากฎหมายเพื่อเอาผิดกับบุคคลที่โลกสงสัย แต่รัฐบาลไทยกลับตั้งบุคคลที่เกี่ยวโยงกับเรื่องนี้ จึงอยากให้นายกฯทำสิ่งนี้เป็นสิ่งแรก ส่วน ปปง.หรือ ก.ล.ต.ก็มีขั้นตอนตรวจสอบตามกฏหมาย เชื่อว่าใช้เวลาไม่มาก เพราะเอกสารทั้งหมดถือว่าชัดเพียงพอดำเนินการได้”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ส่วนรายชื่อที่ส่งให้ปปง.ในวันนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเอกสารที่มีชื่อบุคคลเหล่านี้ ซึ่งเป็นเอกสารสาธารณะ ตรวจสอบได้ เนื่องจากหลายธุรกรรมต้องดำเนินการผ่านตลาดหลักทรัพย์ ดังนั้น ตามกระบวนการ ต้องทำรายงานเปิดเผยข้อมูลบางส่วนอยู่แล้ว
เมื่อถามย้ำว่าอดีตรัฐมนตรี เคยเป็นประธานก.ล.ต.หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ประธาน ก.ล.ต. ไม่ใช่นักการเมือง ส่วนในระดับรัฐมนตรีมีกี่คนที่เกี่ยวข้อง นายอภิสิทธิ์ ย้ำว่ามี 2 ทั้งอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ และอดีตรัฐมนตรีชุดที่แล้ว
ส่วนที่เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการหลังอดีตรัฐมนตรีลาออกไป เพื่อให้สืบผู้เชื่อมโยงเพิ่ม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จริงๆก็ไม่ได้เกี่ยวกับอดีตรัฐมนตรี หรือไม่ใช่รัฐมนตรี แต่มีการตั้งข้อสังเกตว่าที่มีทุนจดทะเบียน 10 เหรียญสหรัฐ หรือ 330 บาทไทย แต่ซื้อกิจการที่มีมูลค่าสูงกว่าเป็นล้านเท่า มันคือความผิดปกติ เพราะสุดท้ายแล้วกิจการที่ไปซื้อก็เชื่อมโยงกับสแกมเมอร์
จึงย้ำว่าเราต้องเริ่มต้นจากการปราบปราม เป็นจุดประสงค์หลัก เพียงแต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับนักการเมือง ถ้าผิดก็ต้องดำเนินการ แต่เราไม่ได้ตั้งต้นว่าเราจะเอาผิดนักการเมือง ที่เหมือนเป็นการหาเรื่องซึ่งไม่ใช่ แต่มันเป็นเรื่องของคนทั้งโลกที่เดือดร้อน ไทยต้องแสดงบทบาทร่วมมือกับการปราบปรามสแกมเมอร์
“แม้จะมีรายชื่ออดีตรัฐมนตรี 2 ท่าน เราก็มั่นใจว่ามีร่องรอยหลายอย่าง น่าจะมีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย”
เมื่อถามว่าหมายถึงนักการเมืองใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ครับ แต่ยุคไหนไม่ระบุ เชื่อว่าหากปปง. นำไปสืบสวนขยายผลก็จะได้ประโยชน์