จาตุรนต์ แนะ 3 ข้อ รัฐบาลเร่งกดปุ่มทำประชามติคำถามแรก อ้างให้กกต.มีเวลาเตรียมการเยอะขึ้น ชี้โอกาสทำประชามติคำถามที่ 1 พร้อมวันเลือกตั้ง จะยิ่งเป็นไปได้มากขึ้น หากแก้รธน.ผ่านวาระ 3 ประธานรัฐสภาต้องส่งเรื่องให้ครม.-กกต.จัดให้ทำประชามติ เป็นคำถามที่สอง

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.2568 นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) รัฐสภา โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กระบุ ว่า ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่าหากคณะรัฐมนตรี (ครม.) และหรือรัฐสภา ส่งเรื่องการทำประชามติมายัง กกต.ช้ากว่าวันที่ 15 ธ.ค. อาจไม่สามารถจัดให้ลงประชามติพร้อมวันเลือกตั้งได้นั้น ดูเหมือนจะมีความคลาดเคลื่อนในการคำนวณเวลาอยู่พอสมควร

เพราะนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ก็ได้คำนวณเส้นตายไว้ชัดเจนแล้วว่า กรอบเวลาจริงไปสิ้นสุดที่วันที่ 30 ธ.ค. อย่างไรก็ตาม คำเตือนของ กกต.ทำให้ทุกฝ่ายต้องกลับมาช่วยกันคิดอย่างจริงจังว่า จะเร่งรัดแต่ละขั้นตอนอย่างไร เพื่อให้กระบวนการทั้งหมดเดินไปให้ทัน และจัดให้มีการทำประชามติ 2 คำถามในวันเดียวกับวันเลือกตั้งได้

ตัวเลขวันที่ 15 ธ.ค. ในความเป็นจริงจึงเหลือความหมายสำคัญเพียงประเด็นเดียว คือใช้เป็นหมุดหมายสำคัญทางการเมือง สำหรับช่องทางที่ ครม.จะเป็นฝ่ายเริ่มต้นเอง ครม.สามารถมีมติได้ตั้งแต่ตอนนี้ ให้ กกต.จัดให้ลงประชามติในคำถามที่ 1 ว่า ประชาชนเห็นด้วยหรือไม่ที่จะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)

หาก ครม.กดปุ่มเรื่องนี้เร็วเท่าใด เวลาที่ กกต.จะใช้เตรียมการจัดทำประชามติ ก็จะมากขึ้นเท่านั้น และโอกาสที่จะทำให้ประชามติคำถามที่ 1 จัดพร้อมกับวันเลือกตั้งก็จะยิ่งเป็นไปได้มากขึ้น

พร้อมกันนี้ ยังมีอีกหนึ่งช่องทางที่จะนำไปสู่การลงประชามติในคำถามที่ 1 ได้ นั่นคือให้รัฐสภามีมติร้องขอให้จัดทำประชามติตามแนวทางที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้ ช่องทางนี้จำเป็นต้องรอให้การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้าไปจนถึงวาระสามก่อน

เมื่อรัฐสภาลงมติวาระสาม เห็นชอบกับร่างแก้ไขและมีมติเห็นชอบให้ร้องขอทำประชามติคำถามที่ 1 ด้วย ประธานรัฐสภาจะส่งเรื่องไปยังครม.เป็น 2 เรื่องพร้อมกันคือ ขอให้ทำประชามติในคำถามที่ 1 และขอให้จัดทำประชามติในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ผ่านวาระสาม ซึ่งจะเป็นคำถามที่ 2 ทั้งกระบวนการนี้จะเกิดขึ้นหลังจากวาระสองเสร็จสิ้นแล้ว 15 วัน หรือราววันที่ 26 ธ.ค.

โดยสรุปแล้ว สิ่งที่ต้องเดินหน้า ได้แก่ 1.ครม.ควรเร่งมีมติให้จัดทำประชามติคำถามที่ 1 โดยเร็วที่สุด 2.เมื่อรัฐสภาเห็นชอบในวาระที่สาม ประธานรัฐสภาจะต้องส่งเรื่องให้ครม.หรือกกต.จัดให้มีการทำประชามติตามมาตรา 256 (8) ซึ่งจะเป็นคำถามที่สอง

และ 3.รัฐสภาอาจใช้ช่องทางมติเสียงข้างมาก ร้องขอให้ ครม.จัดทำประชามติในคำถามที่ 1 ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งมีผลผูกพันรัฐสภาอย่างชัดเจน

“ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้จริง ต่อเมื่อการยุบสภาเป็นไปตามกำหนดเดิมคือ ในวันที่ 31 ม.ค.2569 ไม่ถูกเร่งให้สั้นลงจนทำให้กระบวนการประชามติทั้ง 2 คำถามไม่เกิดขึ้นในวันเลือกตั้ง” นายจาตุรนต์ ระบุ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน