ชาวใต้ร่ำไห้โผกอด ‘พงศกร’ ลงพื้นที่หาดใหญ่–สตูล เห็นสภาพบ้านเรือนยับเยิน ชาวบ้านสิ้นหวังเหมือนถูกทิ้งให้สู้กันเอง จี้รัฐบาลเร่งเยียวยาด่วน อย่าปล่อยชาวบ้านตามยถากรรม บี้อัดงบฟื้นท่องเที่ยว–SME หวั่นเศรษฐกิจล้มเป็นโดมิโน
เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2568 นายพงศกร รัตนเรืองวัฒนา ผู้เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.กทม. เขตบางกะปิ–วังทองหลาง พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และหลายพื้นที่ในจ.สตูล เพื่อนำสิ่งของและน้ำใจจากชาวบางกะปิ–วังทองหลางไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พร้อมสำรวจความเสียหายและรับฟังปัญหาของประชาชนอย่างใกล้ชิด
นายพงศกร กล่าวว่า เมื่อตนเดินทางไปถึงหาดใหญ่และสตูล สภาพที่พบคือบ้านเรือนยังเต็มไปด้วยโคลน เศษซากความสูญเสีย และความเจ็บปวดที่ฝังในสายตาของชาวบ้าน หลายรายร้องไห้เข้ากอดระบายความทุกข์ บอกตรงกันว่าไม่รู้จะเริ่มใหม่ตรงไหน เหมือนถูกทิ้งให้สู้กันเอง โดยเฉพาะผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางซึ่งยังเข้าไม่ถึงการช่วยเหลือของรัฐ

ชาวใต้ร่ำไห้โผกอด ‘พงศกร’ ลงพื้นที่หาดใหญ่–สตูล ฉะรัฐทิ้งชาวบ้านให้สู้กันเอง
สิ่งที่เจอทำให้พูดไม่ออก เพราะประชาชนต้องดิ้นรนเอาตัวรอดตั้งแต่น้ำท่วมจนถึงวันที่น้ำลด แต่การช่วยเหลือกลับล่าช้าและยุ่งยาก ทั้งเงินเยียวยาและการเข้าถึงหน่วยงานรัฐประชาชนไม่ควรถูกปล่อยให้ล้มและลุกขึ้นเองตามยถากรรม รัฐต้องช่วยทันที เดี๋ยวนี้
นายพงศกร ได้มีโอกาสหารือกับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและ SME ในพื้นที่หาดใหญ่–สตูล ต่างสะท้อนสถานการณ์ตรงกันว่า การบริหารจัดการของภาครัฐผิดพลาดอย่างหนัก ทั้งล่าช้า ไม่มีระบบ และขาดศูนย์บัญชาการที่ชัดเจน จนเกิดนักท่องเที่ยวติดค้างเกือบหมื่นคน ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นท่องเที่ยวไทยอย่างหนัก

ชาวใต้ร่ำไห้โผกอด ‘พงศกร’ ลงพื้นที่หาดใหญ่–สตูล ฉะรัฐทิ้งชาวบ้านให้สู้กันเอง
โดยข้อมูลความเสียหายระบุว่าน้ำท่วมภาคใต้ครั้งนี้ ฉุดเศรษฐกิจดิ่ง กระทบภาคท่องเที่ยวและบริการกว่า 22,000 ล้านบาท ในช่วงไฮซีซัน พ.ย.–ม.ค.69 โรงแรมกว่า 300 แห่ง ห้องพักกว่า 30,000 ห้อง ในหาดใหญ่ถูกยกเลิกทั้งหมด หลายกิจการเสี่ยงปิดตัว พนักงานตกงานนับไม่ถ้วน รายได้หายเป็นศูนย์
“ทุกคนพูดเหมือนกันว่าสิ้นหวังเหมือนล้มทั้งยืน รัฐบาลต้องทำมากกว่านี้ ไม่ใช่ปล่อยตามยถากรรม ถ้าไม่มีมาตรการช่วยผู้ประกอบการด่วน เศรษฐกิจจะล้มเป็นโดมิโน คนตกงานเพียบแน่นอน” นายพงศกร กล่าว