พล.อ.สวัสดิ์ ซัด กัมพูชา เหมือนเด็กงอแงไม่ได้ดั่งใจแล้วไปฟ้องแม่ เชื่อนานาชาติเข้าใจความจริง ชม‘รัฐบาลอนุทิน’ตัดสินใจรวดเร็วเด็ดขาดหลังตอบโต้เขมร หวังสถานการ์จบเร็วไม่ยืดเยื้อ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 8 ธ.ค.2568 ที่รัฐสภา พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สว.ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า ติดตามตั้งแต่เมื่อวาน (7 ธ.ค.)ช่วงเวลา 14.00 น.โดยฝ่ายกัมพูชาได้โจมตีไทยก่อน

จะเห็นได้ว่า ก่อนการโจมตีแต่ละครั้ง กัมพูชาพยายามยั่วยุทุกวิถีทาง สุดท้ายคงทนไม่ได้ เพราะไทยรู้ว่าแผนการของกัมพูชาต้องการอะไร เมื่อยั่วยุแล้วไทยไม่ตอบโต้ หรือไม่ทำอะไรที่เกินกว่ากติกาสากล หรือหลักมนุษยธรรม กัมพูชาทนไม่ได้ก็ยิงเข้ามา ทำให้เกิดความชอบธรรมที่ไทยจะตอบโต้ เพื่อรักษาธิปไตยของไทย

“ผมมั่นใจในพี่น้องทหารว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้เรามีความชอบธรรมที่จะตอบโต้ และมั่นใจว่าเมื่อถึงเวลารบแล้วเราไม่ขลาด” พล.อ.สวัสดิ์กล่าว

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ไทยและกัมพูชาได้ลงนามข้อตกลงสันติภาพ แต่สุดท้ายยังไม่เป็นผล พล.อ.สวัสดิ์ กล่าวว่าเรื่องนี้จะต้องสองฝ่าย ไทยได้รักษากติกามาตลอด แต่เมื่ออีกฝ่ายหนึ่งไม่ทำตามก็ไม่มีผล การรักษาสันติภาพตามข้อตกลงจะเป็นไปได้ต้องทำตามกันทั้ง 2 ฝ่าย ถ้ากัมพูชามีความเป็นสากลและมีความเป็นสุภาพบุรุษ แต่ทางไทยกลับไม่ปฏิบัติตาม ก็เกิดความสงบสุขไม่ได้

ที่ผ่านมากัมพูชาก็ใช้วิธียั่วยุฝั่งไทยมาตลอด คิดว่ามีความชัดเจนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นานาประเทศก็ทราบดี

ต่อข้อถามว่ากังวลสถานการณ์จะลุกลามบานปลายหรือไม่ พล. อ.สวัสดิ์ กล่าวว่า ตามนโยบายของไทย เราไม่ต้องการให้สถานการณ์ขยายอยู่แล้ว ในเมื่อแต่เมื่อฝั่งกัมพูชาเปิดมา ไทยก็ต้องทำให้จบโดยเร็ว เพราะหากเวลาเนิ่นนานไปประชาชนจะยิ่งเดือดร้อน

ต่อข้อถามว่าเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นกัมพูชาก็จะใช้วิธีการฟ้องเวทีโลก พล.อ. สวัสดิ์ กล่าวว่า เชื่อว่าเวทีโลกจะเข้าใจในบริบทของกัมพูชาดีพอสมควร

“ที่ผ่านมากัมพูชาเปรียบเสมือนเด็กงอแง สู้แล้ว สู้ไม่ได้ หรือไม่ได้ดั่งใจ ก็งอแงไปฟ้องแม่ เราก็เห็นอยู่ว่าเป็นอย่างไร นานาชาติก็คงเห็นเหมือนเรา เราไม่ได้เป็นฝ่ายกระทำรังแกหรือรุกราน นานาชาติต้องเห็นความจริงตรงนี้”

เมื่อถามว่าประเมินบทบาทของนายกฯ ในสถานการณ์นี้อย่างไร หลังจากกองทัพอากาศได้ส่งเครื่องบิน F-16 เข้าไปตอบโต้ โดยยังไม่มีคำสั่งจากนายกฯ พล.อ.สวัสดิ์ กล่าวว่า เรื่องการป้องกันประเทศ เช้าวันนี้(8 ธ.ค.) นายกฯ และฝ่ายความมั่นคง ได้ประชุมกัน เข้าใจว่าตั้งแต่เกิดสถานการณ์เมื่อวานนี้มีการประสานงานและติดตามสถานการณ์กันอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว

“ผมคิดว่าในครั้งนี้ เราไม่ได้ล่าช้า การตัดสินใจเด็ดขาดชัดเจน กำลังทางอากาศเราใช้ไปแล้ว แต่อย่างที่บอกเราต้องเป็นสากล เราต้องไม่ไปละเมิดกฎต่างๆ ผมคิดว่ารัฐบาลทำได้รวดเร็ว และสมเหตุสมผล เป็นไปตามขั้นตอน” พล.อ.สวัสดิ์ กล่าว

พล.อ.สวัสดิ์ กล่าวต่อต่อว่า เชื่อว่าเหตุการณ์จะไม่ยืดเยื้อไปจนถึงช่วงสิ้นเดือนมกราคม ที่นายกรัฐมนตรีจะยุบสภา คงไม่ต้องการให้ยืดเยื้อ เพราะจะยิ่งทำให้ประชาชนเดือดร้อนลำบาก โดยเฉพาะประชาชนตามแนวชายแดนที่ต้องอพยพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน