ไชยชนก แจงปม‘แม่กรุณา’ โพสต์ข้อมูลส่วนบุคคลคู่กรณี ไม่ผิด PDPA เหตุได้จากการมอบอำนาจแจ้งความ รับแม่ห่วงกระทบการทำงาน ยันจะทำเต็มที่ ถึงจะรักมาก แต่เป็นครอบครัวต้องรับผิดชอบ ลั่นถ้าใจไม่แข็ง ก็ปราบสแกมเมอร์ไม่ได้
เมื่อเวลา 12.15 น. วันที่ 11 ธ.ค. 2568ที่รัฐสภา นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นางกรุณา ชิดชอบ มารดา นำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่วิจารณ์เกี่ยวกับครอบครัวชิดชอบ มาเผยแพร่ในโซเชียลว่า ตนเพิ่งทราบเรื่องและได้สอบถามแม่แล้ว ยืนยันว่าจะดำเนินการทุกอย่างตามกระบวนการ เรื่องแบบนี้ถึงจะรักมากและเป็นแม่ ถ้าใจไม่แข็งพอ ก็จะไม่สามารถปราบปรามสแกมเมอร์ได้อย่างแน่นอน
ทั้งนี้ ได้ตรวจสอบกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) พบว่าข้อมูล PDPA ที่ถูกปล่อยออกมานั้น เป็นข้อมูลที่ผู้ปล่อยข้อมูล ควรจะได้เพราะมีการมอบอำนาจให้ไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดี จึงมีข้อมูลนี้อยู่แล้ว
ดังนั้น ในเชิงเนื้อหาข้อมูลจึงไม่ผิด PDPA เนื่องจากมีการมอบอำนาจดำเนินคดี โดย สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้ทำรายงานรวบรวมส่งมาให้ PDPC ทราบมาว่ามีการลงโทษภายในแล้ว แต่ตนเองไม่อาจก้าวก่ายเรื่องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้
นายไชยชนก ยืนยันว่าจะต้องตรวจสอบทุกเรื่องไม่มีข้อยกเว้น โดยในเชิงข้อกฎหมาย PDPA ยืนยันว่าไม่ผิดจริง ๆ แต่ถ้ามีเรื่องใดที่ผู้เสียหายดำเนินการได้คือ หมิ่น แต่ก็ไม่อยากให้ถึงจุดนั้นเพราะท้ายที่สุดก็มีผู้เสียหายทั้งสองฝ่าย
ต้นตอของปัญหาคือ มีการกล่าวหาครอบครัวของตนเองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกาสิโนในฝั่งกัมพูชา ส่วนตัวเห็นใจคุณแม่เพราะรู้ว่านายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ทำทุกอย่าง ทั้งเรื่องศูนย์อพยพ ตนก็เอาตัวมาเสี่ยงเปิดโปงสแกมเมอร์แบบเต็มที่ คุณแม่เห็นแบบนี้ก็คงเสียใจ แต่ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย
เมื่อถามว่าให้กำลังใจคุณแม่อย่างไร นายไชยชนก กล่าวว่า ต้องบอกว่าคุณแม่แข็งแกร่งมาก ได้พูดคุยกันตอนเช้า คุณแม่เป็นห่วงตนมากกว่า และคุณแม่โทรมาด้วยความกังวลว่า เรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของตนหรือไม่ ตนยืนยันกับแม่ไปว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องเป็นห่วง
ในเชิงการทำงานยังไงก็รัก แต่ต้องบอกว่าครอบครัวตนเลี้ยงดูมาแบบนี้อยู่แล้ว ไม่ว่าอย่างไรต้องไม่เกิดการใช้อำนาจที่ไม่ชอบ หรือเอานามสกุลไปทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง ท่านสอนตนมาเอง ดังนั้น ท่านจึงโทรมาบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงเดินให้เต็มที่เลย
นายไชยชนก กล่าวว่า ตนได้ถาม ผอ.PDPC ว่าไม่สามารถดำเนินการได้มากกว่านี้จริงหรือ ซึ่งเขาบอกว่า โดยกฎระเบียบข้อบังคับเรื่อง PDPA แล้วมันทำไม่ได้จริงๆ ตนก็บอกว่าโอเค แต่หากส่วนไหนที่ทำตามกฎระเบียบได้ ก็ทำเต็มที่ทั้งหมด หรือต่อให้มีการร้องเรียนมาจากคู่กรณี ก็จะดำเนินการให้เต็มที่ตามที่ร้องเรียน
เมื่อถามว่าขณะนี้ในโซเชียลมีเดียตั้งคำถามว่า นางกรุณา ไปได้ข้อมูลส่วนบุคคลมาได้อย่างไร นายไชยชนก กล่าวว่า เท่าที่สอบถามเบื้องต้น เป็นการมอบอำนาจเพื่อให้ไปแจ้งความและดำเนินคดี ซึ่งตำรวจต้องไปรวบรวมรวบรวมว่าข้อมูลรั่วไหลได้อย่างไร
ตนได้บอกกับศูนย์ PDPC หากเขาได้รวบรวมข้อมูลส่งมาแล้วก็ให้ดำเนินการตามมาตรการ เพราะเรามีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่สามารถเข้าไปตรวจสอบเพิ่มเติมได้ ซึ่งตนได้ขอให้เขาตรวจสอบเพิ่มเติมในเคสนี้ เพราะในเคสปกติเขาจะไม่ตรวจสอบเพิ่ม
เมื่อถามย้ำว่าได้ถามนางกรุณา หรือไม่ว่าได้เอกสารนั้นมาได้อย่างไร นายไชยชนก กล่าวว่า ผู้รับมอบอำนาจเขาส่งมา ตนไม่แน่ใจในรายละเอียดขอปล่อยให้เรื่องนี้อยู่ในกระบวนการ แต่ก็ต้องดำเนินการตามกฎระเบียบและกฎหมายอย่างเต็มที่
“ผมได้ให้กำลังใจคุณแม่ ตอนนี้คุณแม่ก็เป็นห่วงใหญ่เลย เห็นเราตั้งใจทำงานแล้วมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้ ตั้งแต่ทำฟุตบอลมา เราจะเจอเรื่องนี้บ่อย ด้วยความที่เราเกี่ยวข้องกับการเมืองด้วย โดนหมิ่นโดนอะไรเยอะ เป็นเรื่องปกติที่คุณแม่ต่อสู้มาโตลอด แต่ครั้งนี้ส่งผลกระทบมาที่ผม ผมก็บอกแม่ว่าไม่ต้องเป็นห่วง ถ้ามีผลกระทบเราก็ต้องรับผิดชอบร่วมกัน เพราะเป็นครอบครัว” นายไชยชนก กล่าว
ส่วนที่คุณแม่นำข้อมูลส่วนบุคคลของคนอื่นมาโพสต์ จะถือว่าผิดกฎหมาย PDPA หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า มันไม่ผิด เนื่องจากก่อนหน้านี้ มีการมอบอำนาจไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดี จึงมีข้อมูลนี้โดยชอบ ไม่ผิดกฎหมาย และกระทำในรูปแบบส่วนตัว ไม่ใช่เผยแพร่แบบที่ไม่ได้เป็นส่วนตัว ยืนยันว่าตนทำเต็มที่