มาร์ค ลั่น ปชป.พร้อมลงสนามเลือกตั้ง บอกต้องให้ความเป็นธรรมนายกฯ แปลกใจฝ่ายต้องการแก้รธน. เลือกเส้นทางให้จบแบบนี้ ไม่หวั่น รบ.รักษาการลากการเลือกตั้ง ชี้อำนาจอยู่ที่กกต.
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 12 ธ.ค.2568 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมเลือกตั้ง หลังรัฐบาลประกาศยุบสภาว่า พรรคมีความพร้อม ไม่มีปัญหา ตนได้กำชับผู้บริหารทุกคนมาตั้งแต่ต้นว่าเราทำงานแข่งกับเวลา แต่ยอมรับว่ามีข้อจำกัดในหลายเรื่อง แม้จะเป็นระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็มั่นใจ
ขณะนี้เราเร่งทำกันมาก ก็มีความพร้อม และเป็นนโยบายที่ตอบโจทย์ประเทศ ในแง่ผู้สมัครก็เร่งรัดปฏิบัติตามขั้นตอน และเจตนารมณ์ของกฎหมายอย่างครบถ้วน และมีคนรุ่นใหม่ที่สนใจเข้ามาทำการเมืองแบบสุจริตจำนวนมาก ทำให้เราจำเป็นต้องกลั่นกรองและคัดเลือกให้เหมาะสมที่สุด
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่พรรคห่วงใย และได้ออกแถลงการณ์ไปตั้งแต่เมื่อคืน(11 ธ.ค.)ซึ่งต้องยอมรับว่าปัญหาของประเทศขณะนี้ ทั้งการสู้รบตามแนวชายแดน และการฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัย หากเรามีการเมืองที่เป็นเอกภาพ มีพลังและมีอำนาจเต็ม ก็จะผ่านสถานการณ์เหล่านี้ไปได้ด้วยดี ยอมรับว่าเสียดาย อาจเรียกว่าการชิงไหวชิงพริบทางการเมือง ทำให้เกิดการชะงักงัน
“สิ่งที่ผมอยากเรียกร้องไปยังนายกฯ และรัฐบาล ต้องมุ่งมั่นดำเนินภารกิจทั้ง 2 เรื่องให้เสร็จสิ้นด้วยดี แม้จะมีการเลือกตั้ง ซึ่งมีข้อจำกัด แต่อย่างน้อยที่สุด ถ้าวันนี้นายกฯกับรัฐบาล จะดูแลภารกิจเหล่านี้ว่าจะไม่กระทบ หรือ ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด นั่นคือสิ่งที่เราอยากเสนอในวันนี้มากกว่า ส่วนเรื่องการเลือกตั้งก็ว่าไปตามกระบวนการของพรรค” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ส่วนจะเปิดตัวผู้สมัครได้เมื่อไหร่นั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เราทำตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ต้องเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากสาขา และตัวแทนจังหวัด ซึ่งจะเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จากนั้นคณะกรรมการสรรหาจะเร่งประชุมเสนอคณะกรรมการบริหารพรรคอนุมัติ
ส่วนจะส่งตัวผู้สมัครครบทั้ง 400 เขตหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบ แม้จะมีผู้ยื่นความจำนงมาแล้ว แต่จะต้องคัดกรองอีกครั้ง
เมื่อถามว่าคิดว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่รัฐบาลจะอาศัยช่วงนี้รักษาการยาว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะไปลากยาวด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่ได้ ยกเว้นเท่าที่กฏหมายให้อำนาจไว้ อย่างกรณีเลื่อนเลือกตั้งซ่อมที่จ.ศรีสะเกษ ก็เป็นไปตามกฎหมาย คือกกต.เห็นแล้วว่าการจะเลือกตั้งในพื้นที่ มันจัดไม่ได้ หรือ ไม่สามารถจัดได้ และทำให้เกิดความมั่นใจว่าประชาชนมีส่วนร่วมด้วย ก็เป็นอำนาจของกกต.ที่จะเลื่อนการเลือกตั้ง แต่จะเป็นการทั่วไป ยังมองไม่เห็นว่ากฎหมายจะอนุญาตอย่างไร
เมื่อถามว่ามีคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งทั่วไปต้องเลือกตั้งพร้อมกันทั่วประเทศ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเข้าใจว่ามีบทบัญญัติที่พยายามมาปรับ เพื่อแก้สถานการณ์ตรงนั้นอยู่ว่าในกรณีบางพื้นที่ ส่วนวิธีการจะเป็นอย่างไร เป็นหน้าที่และอำนาจของกกต.ที่จะวินิจฉัย
ส่วนการชิงยุบสภากะทันหัน มองว่าพรรคภูมิใจไทยเอาเปรียบเพื่อนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่อยากถกเถียงว่าใครเป็นคนผิดข้อตกลง แต่มันน่าเสียดายตามที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ออกแถลงการณ์ไปว่า ถ้าพรรคการเมืองจะหาทางออกร่วมกัน ผลักดันสิ่งที่เป็นเป้าหมายร่วมกันสักนิดก็จะหลีกเลี่ยง ทำให้บางปัญหาที่เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศต้องได้รับผลกระทบไปด้วย
“ความได้เปรียบเสียเปรียบ ก็ทราบอยู่แล้วตามเงื่อนไข ให้ความเป็นธรรมกับนายกฯ เพราะนายกฯพูดมาตลอดว่าถ้าขยับอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อไหร่ เขาจะยุบสภา เพียงแต่ก่อนหน้านี้พรรคประชาชนก็ไม่ได้บอกว่าจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะเคยถูกสอบถาม ก็บอกว่ารัฐบาลยังไม่มีความผิดร้ายแรง แต่พอมีปัญหาเรื่องตกลงกันไม่ได้ เรื่องสาระของรัฐธรรมนูญเลยทำให้เป็นเหตุขึ้นมา
ในใจผมก็นึกว่าถ้าเราเอาเรื่องที่เป็นปัญหาใหญ่มาเป็นตัวตั้งของประเทศแล้วคุยกัน เผื่อหาทางออกได้ มันน่าจะดีกว่านี้ แต่เมื่อถึงจุดนี้ก็ต้องเดินไปตามกระบวนการ”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่าเสียดายหรือไม่ที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นๆที่ค้างอยู่ในสภาฯไม่สามารถออกมาได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ทำให้ตนสับสนว่าฝ่ายที่ต้องการผลักดันแก้ไขเพิ่มเติม หรือจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อยู่ดีๆก็เลือกเส้นทางทำให้มันจบลง แม้จะมีการเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.)อนุมัติให้ทำประชามติ
แต่จริงๆแล้ว ตรงนี้ไม่ได้ช่วยให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญง่ายขึ้น เพราะก่อนหน้านี้คำถามที่ไปถามประชาชนจะไปถามพร้อมกับตัวร่างรัฐธรรมนูญที่เปิดโอกาสให้จัดทำใหม่ แม้ทำประชามติไปพร้อมกับการเลือกตั้งแล้วผ่าน ก็ยังต้องไปทำประชามติอีกรอบอยู่ดีในวันที่ไปแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 256 จริงๆ
“แปลกใจอยู่ว่าแทนที่จะพยายามหาทางออกก็ไปเลือกเส้นทางที่เหมือนกับมาตั้งต้นกันใหม่” นายอภิสิทธิ์ กล่าว