โฆษก กต. ชี้แจงจุดยืน 4 ข้อ กรณี เขมร ระงับการเดินทาง จุดผ่านแดนทางบก ระหว่างไทย-กัมพูชา ย้ำความสำคัญ เคารพกฎหมายมนุษยธรรม-กฎหมายสิทธิมนุษยชน ยืนยัน ประเทศไทย ดำเนินการทั้งหมด เป็นไปเพื่อป้องกันตนเอง ยึดมั่นสันติภาพ เคารพอธิปไตย
14 ธ.ค. 68 – รัฐบาลไทยรับทราบแถลงการณ์ของกระทรวงมหาดไทยแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เกี่ยวกับ การระงับการเข้า – ออก ณ จุดผ่านแดนทางบกระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา
นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ขอเรียนชี้แจงจุดยืนของประเทศไทย ดังนี้
1. ประเทศไทยแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการจำกัดการเดินทางของคนไทย ซึ่งปัจจุบันพำนักอยู่ในกัมพูชา ในขณะที่ฝ่ายไทยได้อำนวยความสะดวกให้พลเมืองกัมพูชา เดินทางออกจากประเทศไทยแล้ว แต่ฝ่ายกัมพูชากลับปฏิเสธ ไม่เปิดด่านเพื่อให้คนไทย สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้
2. ประเทศไทย ขอย้ำว่า ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงกติการะหว่างประเทศ ว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) และอนุสัญญาเจนีวา ฉบับที่สี่ พลเรือนมีสิทธิได้รับความคุ้มครองตลอดเวลา และสิทธิของบุคคล ซึ่งพำนักอยู่โดยชอบด้วยกฎหมายในรัฐต่างประเทศ
ในการเดินทางออกจากประเทศนั้น อาจถูกจำกัดได้เฉพาะในกรณีที่เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย มีความจำเป็น ได้สัดส่วน และไม่เลือกปฏิบัติ ทั้งนี้ พลเรือนถือเป็นผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสู้รบ และต้องไม่ถูกปฏิบัติราวกับเป็นคู่ขัดแย้งในสถานการณ์ดังกล่าว
3. ประเทศไทย ย้ำความสำคัญของ การเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศอย่างครบถ้วน ตลอดจนพันธกรณีภายใต้อนุสัญญากรุงเวียนนา ว่าด้วยความสัมพันธ์ทางกงสุล รวมถึงการเข้าถึงทางกงสุลและการคุ้มครองโดยไม่ถูกขัดขวาง
4. ประเทศไทยขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือประกันความปลอดภัยและศักดิ์ศรีของพลเรือนทุกสัญชาติ และดำเนินการแก้ไขข้อกังวลต่างๆ ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ
ประเทศไทยยืนยันว่า การดำเนินการของฝ่ายไทยทั้งหมด เป็นไปเพื่อการป้องกันตนเอง โดยชอบธรรม มิได้มุ่งแสวงหาความขัดแย้ง และยังคงยึดมั่นในสันติภาพ การเคารพอธิปไตย รับผิดชอบ การอยู่ร่วมกันในภูมิภาค
