พรรคก้าวอิสระ เปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกฯ “มาดามหยก” ประกาศสร้างรั้วกั้นชายแดนกัมพูชา หากมีโอกาสทำงานบ้านเมือง ระดมจิตอาสา ร่วมพัฒนาประเทศ

วันที่ 19 ธ.ค. 2568 พรรคก้าวอิสระ (INDY) จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2/2568 และเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวอิสระ โฉมใหม่ เพื่อรับทราบถึงทิศทาง นโยบาย รวมถึงการประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพรรค นำโดย น.ส.กชพร เวโรจน์ หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ

นางสาวกชพร กล่าวว่า พรรคก้าวอิสระเป็นการรวมตัวของจิตอาสาทั่วประเทศ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายต้องใช้เวลา ส่วนแนวการทำพรรคเป็นอย่างไรนั้น เป็นพรรคแรกและพรรคเดียวของประเทศไทยที่หลอมรวมจิตอาสา เช่นเดียวกับตนที่ทำงานจิตอาสามาเป็นปีที่ 29 และคิดว่าประเทศควรที่จะเปลี่ยนและเดินหน้า

ย้ำว่าไม่อยากทำสถาบันการเมืองแบบเดิมๆ โดยปรึกษากับทีมจิตอาสา ซึ่งทุกคนมีความเสียสละเป็นทุนเดิม จึงเกิดเป็นการทำงานแบบทำการเมืองไม่ใช่เล่นการเมือง ไม่มีการแบ่งสี แยกสี แบ่งฝ่าย

พรรคก้าวอิสระ

พรรคก้าวอิสระ

น.ส.กชพร ยอมรับว่า การส่งสส.แบบแบ่งเขต อาจไม่มีกำลังสู้พอกับพรรคการเมืองขนาดใหญ่ และไม่คิดจะสู้กับใคร เพราะต้องการเข้ามาร่วมทำงาน ทั้งนี้ มีหลายเขตที่เสนอตัว อย่างพื้นที่เชียงใหม่ โดยอยากให้เป็น เชียงใหม่โมเดล ในการริเริ่มทำอะไรต่างๆ

รวมไปถึงพื้นที่ทางภาคอีสาน โดยเฉพาะพื้นที่เขตปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งตนขอคะแนนพรรค เพื่อให้เราได้เข้าไปทำงานตรงนั้น ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปทีละนิด

เมื่อถามว่า มองการเป็นพรรคเล็กจะมีความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมืองอย่างไร น.ส.กชพร ยอมรับว่า ด้วยความเป็นพรรคเล็ก เราเสียเปรียบด้วยเรื่องทุน เนื่องจากไม่มีนายทุน แต่ด้วยความเป็นจิตอาสา เราทำงานด้วยใจ อย่างการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเหตุปะทะชายแดน

พรรคก้าวอิสระ

พรรคก้าวอิสระ

เมื่อถามต่อว่า มีแนวนโยบายเรื่องชายแดนอย่างไร น.ส.กชพร กล่าวว่า ด้วยความใกล้ชิดกับทหาร มีความรู้สึกสงสารและเห็นใจ หากมีส่วนร่วมในการบริหารประเทศ สิ่งแรกที่จะทำคือต้องเด็ดขาด แม้อาจจะไม่ถูกใจหลายคน

แต่ด้วยความรู้สึกที่เห็นความสูญเสีย หากได้รับโอกาส จะสร้างรั้วทันที ไม่ต้องกลัวประชาคมโลก เมื่อเรามีอำนาจกำหนดนโยบาย หากมีอะไรเกิดขึ้นขอรับผิดชอบเอง เพื่อปกป้องประเทศและเพื่อรุ่นลูกรุ่นหลานของเรา

น.ส.กชพร กล่าวว่า สำหรับแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคก้าวอิสระ มี 3 คน ได้แก่ ตน แม้ว่าก่อนหน้านี้จะไม่ชอบทำงานเบื้องหน้า แต่มองว่า ในปี 2026 ประเทศต้องได้รับการเปลี่ยนแปลง จึงมีความรู้สึกว่าถ้าเราไม่ออกมาคนที่ตามอยู่ข้างหลัง คงไม่กล้าที่จะออกมา

ตนจึงอยากขอให้พลังบริสุทธิ์ พลังเงียบ หากคิดว่าการเมืองเป็นเรื่องไกลตัว เราจะไม่สามารถเริ่มอะไรใหม่ๆ ได้ หากปล่อยให้สิ่งไม่ดีดำเนินต่อไป สิ่งดีๆ ควรจะเกิดขึ้นในปีใหม่ปีหน้า

ส่วนอีก 2 รายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค คือ นายชาญชัย โตพฤกษา และนายอชิรวิทย์ ทนุก้ำ ซึ่งเป็นจิตอาสาและเป็นคนธรรมดา ที่เราอยากจะนำคนเหล่านี้มาสู่การเมือง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน