ยศชนัน ถกวงที่ประชุมอธิการบดี เสนอใช้วิจัยนำเศรษฐกิจ ปั้นคนป้อนอุตสาหกรรมใหม่
เมื่อวันที่ 15 ม.ค.2569 ที่ห้องประชุมกมลมาศ ชั้น 6 โรงแรมสุโกศล กรุงเทพฯ คณะทำงานพรรคเพื่อไทย นำโดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกฯ นายจักรพงษ์ แสงมณี น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รองหัวหน้าพรรค น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคและ สส.บัญชีรายชื่อ เดินทางเข้าพบ นายวิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เพื่อหารือเกี่ยวกับนโยบายด้านการศึกษา และแลกเปลี่ยนมุมมองเพื่อให้นโยบายของพรรคเพื่อไทยในด้านการศึกษา และการวิจัย ตอบโจทย์การแก้ปัญหาของประเทศอย่างตรงจุด
โดยมีผู้บริหารระดับสูงและตัวแทนอธิการบดีจากสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำต่างๆ ที่เข้าร่วมหารือ ประกอบด้วย ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยศิลปากร (รองประธาน ทปอ.) ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (ประธานคณะกรรมการระบบ TCAS) ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยบูรพา ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต และตัวแทนจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พร้อมด้วยรองผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และคณะทำงานฝ่ายเลขานุการ ทปอ.เข้าร่วมหารือเพื่อร่วมกันออกแบบโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาและการพัฒนาศักยภาพการวิจัย และทิศทางการอุดมศึกษาของประเทศต่อไป
นายยศชนัน กล่าวถึงภาพรวมและทิศทางของประเทศในที่ประชุมว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับพายุลูกใหญ่ที่โหมกระหน่ำพร้อมกัน ทั้งความปั่นป่วนทางเทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเติบโตของประเทศ ไทยยังมีความได้เปรียบตรงที่สามารถปรับเปลี่ยนทิศทางได้ไม่ยากนัก เนื่องจากภาระผูกพันจากการลงทุนเดิมยังไม่สูงจนถอนตัวลำบาก ในด้านยุทธศาสตร์การขับเคลื่อน ขอนำเสนอแนวทางสำคัญ 2 ส่วนหลัก
ได้แก่ 1.การยกระดับเครื่องยนต์เศรษฐกิจเดิม มุ่งเน้นการเพิ่มผลิตภาพ โดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ เจาะกลุ่มเป้าหมายในคลัสเตอร์ท่องเที่ยว เพื่อเชื่อมโยงไปสู่ภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรมการผลิต และระบบขนส่ง โดยเฉพาะนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย และระบบ Feeder เชื่อมต่อการเดินทาง ซึ่งโจทย์สำคัญที่ต้องเร่งแก้ไขคือปัญหาเส้นทางเดินรถที่ทับซ้อนกับสายรถเมล์ รวมถึงการผลักดันนโยบายสินเชื่อเพื่อคนไทยในต่างแดน
2.การสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ เน้นการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยขั้นแนวหน้า และการถ่ายทอดเทคโนโลยี เป้าหมายคือการยกระดับไปสู่ภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการที่มีมูลค่าสูง
นายยศชนัน กล่าวอีกว่า ตนไม่เคยเปลี่ยนมายนด์เซ็ตเรื่องที่ประเทศไทยจำเป็นต้องมีอธิปไตยทางทรัพย์สินทางปัญญา และขอให้ภาคการศึกษาเลิกความคิดที่ว่าจะต้องคอยหมุนตามการเมือง แต่ต้องกล้าที่จะลุกขึ้นสู้เพื่อยกระดับประเทศ โดยเปรียบเทียบสไตล์การทำงานของตนว่าแม้บุคลิกภายนอกจะดูสุภาพ แต่เนื้อแท้คือความมุ่งมั่นแบบกัดไม่ปล่อย เพราะหากไม่สามารถ Break through ปัญหาโครงสร้างเดิมๆ ได้ ประเทศก็ไปข้างหน้าไม่ได้ ด้วยความเชื่อมั่นว่าการนำตรรกะทางวิทยาศาสตร์มาอธิบายเรื่องการเมือง จะช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ เพื่อให้ประเทศไทยมีต้นทุนที่ทัดเทียมกับประเทศชั้นนำของโลกในอนาคตได้อย่างแท้จริง
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนความเห็นอย่างกว้างขวาง โดยมีข้อสังเกตและความกังวลในหลายประเด็น อาทิ การนำนโยบายไปปฏิบัติจริง ความกังวลเรื่องประสิทธิผล การติดตามผล ช่องว่างทางการศึกษา ปัญหาความไม่เชื่อมโยงระหว่างตำราเรียนกับโลกอุตสาหกรรมจริง ทิศทาง EEC ความชัดเจนของโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออกในระยะต่อไป การพัฒนาคนซึ่งต้องเร่งผลิตบุคลากรที่จำเป็นต่อการปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกมากขึ้น ผ่านกลไกทั้งฝั่งความต้องการตลาด และการผลักดันการผลิต เช่น การสนับสนุนทุนเรียนฟรีในสาขาที่ขาดแคลนและเป็นที่ต้องการในอนาคต
