ปวีณา นั่งหัวโต๊ะติวเข้มผู้สมัครสส.กทม. กล้าธรรม ชู 5 นโยบายสังคม สู้ช่วงโค้งสุดท้าย สู้ศึกเลือกตั้ง จี้กกต.ประชาสัมพันธ์บัตรเลือกตั้งให้ชัด หลังประชาชนสับสน
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 ม.ค.2569 ที่พรรคกล้าธรรม นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคมพรรคกล้าธรรม และในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม เป็นประธานการประชุมผู้สมัคร สส.เขต และ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ในหัวข้อ”ติวเข้มนโยบายพรรคด้านสังคม ช่วงโค้งสุดท้าย สู้ศึกเลือกตั้ง 69“
โดยได้มอบนโยบายและกำชับกับผู้สมัครสส.ทุกคน โดยเฉพาะด้านสังคม ที่ต้องเน้นย้ำประชาชนเข้าใจและรับรู้ว่า “กล้าธรรม ทำได้จริง” ซึ่งพรรคกล้าธรรม มุ่งแก้ปัญหาสังคม ผ่าน 5 นโยบาย คือ 1.บำบัดผู้เสพ ตัดวงจรยา บำบัด 15 วันไม่พอ ต้องบำบัดจริงอย่างน้อย 1 ปี ฝึกอาชีพ มีงานทำ ส่งกลับสังคม ถ้าไม่แก้ที่ “คน” ยาจะไม่หมด หยุดยา ต้องหยุดที่ผู้เสพ
2.ตั้งสถาบันฝึกอาชีพคนพิการ กฎหมายมี แต่โอกาสไม่มี บริษัทเลือกจ่ายเงิน แทนรับคนพิการทำงาน ทางออกคือ “ฝึกให้ตรงงาน แล้วส่งทำงานจริง” คนพิการไม่ต้องการความสงสาร แต่ต้องการโอกาส
3.ข่มขืนฆ่าโหด เท่ากับประหารสถานเดียว อาชญากรรมซ้ำซาก เหยื่ออายุน้อยลง กฎหมายเขียนไว้ แต่ไม่เคยใช้จริง ดังนั้น ข่มขืนฆ่า ต้องประหาร เพื่อหยุดวงจรความโหด
4.ผู้สูงวัยเรียนฟรี สร้างอาชีพ อายุ 60 ไม่ใช่ปลายทาง ยังมีพลัง มีประสบการณ์ สนับสนุนให้โอกาส เรียน–ทำงาน–ช่วยสังคมได้ ประเทศต้องใช้ “พลังผู้สูงอายุ” ไม่ใช่ปล่อยทิ้ง ผู้สูงวัยยังมีคุณค่า
และ 5.ตั้งศูนย์เด็กเล็กในโรงงาน–หน่วยงานรัฐ, ชุมชน เมื่อแม่ทำงาน ลูกต้องปลอดภัย ซึ่งการฝากเลี้ยงไร้มาตรฐาน คือ จุดเสี่ยงเด็กถูกทำร้าย ดังนั้น ศูนย์เด็กเล็กคือทางรอดของแม่และลูก ควรผลักดันเป็นกฎหมาย และลดหย่อนภาษีให้บริษัทที่ตั้งศูนย์ เด็กไม่ใช่ภาระ แต่คือ อนาคตชาติ
จากนั้น นางปวีณา ยังเปิดให้ผู้สมัคร สส.กทม.ทุกเขต ได้แสดงความคิดเห็น และสะท้อนปัญหา ตลอดจนเสียงตอบรับจากประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มที่ ซึ่งนางปวีณา ได้แนะนำแนวทางแก้ปัญหา พร้อมให้กำลังใจทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจ และขอให้โชคดีให้ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน เข้าไปเป็นปากเป็นเสียงแทนพึ่น้องประชาชนในสภาผู้แทนราษฎร
ภายหลังการประชุม นางปวีณาเปิดเผยว่า ตอนนี้เรียกว่าเป็นช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง วันนี้จึงมีการประชุมเพื่อให้ผู้สมัคร สส. นำนโยบายพรรคกล้าธรรม ซึ่งเป็นนโยบายที่ติดดิน เข้าถึงได้ และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ไปทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งพรรคกล้าธรรม และคณะกรรมการบริหารพรรค ได้นำปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม มาจัดทำเป็นนโยบายที่จับต้องได้ เพื่อไปผลักดันต่อไป
ทั้งนี้ ผู้สมัครสส.ของพรรคเป็นคนในพื้นที่ หากเรารู้ปัญหาแต่ไม่แก้ไข ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ดังนั้น จึงต้องผลักดันให้ผู้สมัครสส. มีความพร้อมเข้าไปทำงานแก้ไขปัญหาสังคมและเศรษฐกิจ หรือหากเป็นรัฐบาล ก็สามารถนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติได้
สำหรับการลงพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้รับผลตอบรับอย่างดีที่สุด และผู้สมัครทุกคนมีศักยภาพ และขอฝากกับประชาชนว่า ให้เลือกพรรคที่จะเข้าไปช่วยเหลือปัญหาสังคม และขอฝากพรรคกล้าธรรม
อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่หาเสียงพบว่าประชาชนมีความสับสนอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องบัตรเลือกตั้ง จึงขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประชาสัมพันธ์ให้มากกว่านี้ เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้มีบัตรถึง 3 ใบ เรื่องนี้น่าเป็นห่วงมาก ก่อนที่ประชาชนจะเข้าคูหา ควรมีการประชาสัมพันธ์ว่าบัตรแต่ละใบคืออะไร เพื่อให้ประชาชนออกมาเลือกตั้งมากที่สุด