เชตวัน ชี้ กกต.ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบ กรณีรูป “หน้าดำ” เผย 4 ปัญหา เสียงสะท้อนคนไทยในต่างแดน อย่าโยนภาระให้กระทรวงการต่างประเทศ
เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2569 จากกรณีภาพถ่ายในเอกสารแนะนำตัว นายเชตวัน เตือประโคน ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน จ.ปทุมธานี พื้นที่ ต.คูคต อ.ลำลูกกา และ ต.หลักหก ต.บ้านใหม่ อ.เมืองปทุมธานี เบอร์ 3 ที่มีสีดำมืดจนมองแทบไม่ออก
ต่อมาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาชี้แจงว่า การจัดทำเอกสารเหล่านั้นโดยสถานเอกอัคราชทูตไทย ในแต่ละแห่ง และไม่ได้กำหนดมาตรฐานว่าจะต้องเป็นเอกสารพิมพ์สีหรือขาวดำ อีกทั้ง กกต. กล่าวถึงรูปของผู้สมัครด้วยว่า รูปที่ส่งในวันรับสมัครเข้มเกินไป จนทำให้ถ่ายเอกสารออกมาสีดำมืดนั้น
นายเชตวัน โพสต์แสดงความเห็นในหัวข้อ กกต.มีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง! ฟังเสียงสะท้อนจาก “คนไทยต่างแดน” ต่อกรณี เชตวัน เบอร์ 3 หน้าดำ โดยระบุว่า คิดว่านี่เป็นคำตอบที่ปฏิเสธความรับผิดชอบของ กกต. ซึ่งมีหน้าที่จัดการเลือกตั้งเกินไป งบประมาณที่ใช้จัดการเลือกตั้ง 9,000 ล้านบาท จะตอบในสิ่งที่ประชาชนตั้งคำถามแบบนี้ไม่ได้
ไม่ว่าจะเป็นการโยนให้เป็นภาระของกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) หรือการโบ้ยว่าเป็นเพราะรูปผู้สมัครที่สีเข้มเกินไป โดยตรงนี้ ตนได้เทียบให้เห็นแล้วว่า รูปที่ส่งให้ กกต.ในวันรับสมัครเป็นอย่างไร และรูปที่ กกต. ติดบอร์ดตามหน่วยเลือกตั้ง ที่เรียกว่า ส.ส.๔/๑๔ มีสภาพเป็นอย่างไร ซึ่งแตกต่างกันกับรูปต้นฉบับระดับหนึ่งเลยทีเดียว
“ส่วนของเอกสารที่จัดส่งให้คนไทยในต่างประเทศ เรื่องนี้ผมเห็นใจเจ้าหน้าที่ กต. เป็นอย่างยิ่ง เพราะต้องเป็นคนจัดการเองทุกอย่าง มีระยะเวลาตรวจข้อมูลเตรียมเอกสารไม่มาก บุคลากรที่ทำงานนี้ก็ไม่เพียงพอ หลายๆ ประเทศต้องรับอาสาสมัครคนไทยในประเทศนั้นๆ มาช่วยกันเตรียมแบบชนิดที่เรียกว่าลงแขก ทำงานกันหามรุ่งหาค่ำ” นายเชตะวัน ระบุ
นายเชตวัน ระบุด้วยว่า อย่างปัญหาต่างๆ ที่ได้รับทราบมาจากคนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างแดน และเคยมีส่วนร่วมช่วยเตรียมเอกสารเพื่อจัดส่งให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนั้น มีอยู่ว่า
1.ข้อมูลจาก กกต. ไม่นิ่ง คือ ข้อมูลที่ กกต. ส่งต่อมายังกระทรวงการต่างประเทศ มักแก้ไขเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้ง ทำให้กระบวนการทำงานต้องหยุด แก้ และเริ่มใหม่หลายรอบ ส่งผลต่อเวลาและภาระงานอย่างมาก
2.บุคลากรของ กต. มีไม่เพียงพอ และไม่สามารถหาจ้างลูกจ้างในพื้นที่ (Local staff) มาทำงานแทนได้ เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถอ่านภาษาไทยได้ และเอกสารที่จัดส่งทั้งหมดก็เป็นภาษาไทย ภาระจึงตกอยู่กับเจ้าหน้าที่ของ กต. และคนไทยในพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับการแต่งตั้งให้มาช่วยกันทำงานด้วยใจจริงๆ
3.ข้อมูลที่อยู่และเบอร์ติดต่อของผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ถูกต้อง มีเป็นจำนวนมาก บางรายกรอกรหัสไปรษณีย์ผิด บางรายให้ที่อยู่ผิด ทำให้เจ้าหน้าที่ของ กต. และคนไทยอาสาที่ช่วยงาน ต้องโทรศัพท์ติดต่อผู้ลงทะเบียนทีละคนเพื่อยืนยันข้อมูล ซึ่งใช้เวลาและแรงงานอย่างมาก
4.ขั้นตอนการเตรียมเอกสารมีความซับซ้อนและต้องระมัดระวังสูง ซึ่งเอกสารที่ต้องแนบในซองมีจำนวนมาก และต้องตรวจสอบความถูกต้องอย่างละเอียดเพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาด แม้แต่รายละเอียดเล็กน้อย เช่น ภาพถ่ายผู้สมัครที่เมื่อถ่ายเอกสารสีแล้วสีปากดูแดงเกินไป ทีมงานยังต้องถ่ายใหม่ทั้งหมด เพราะไม่ต้องการให้เกิดประเด็นหรือข้อโต้แย้งตามมาในภายหลัง
นี่คือเสียงสะท้อนจากคนไทยในต่างประเทศ และเป็นสิ่งที่ กกต. ควรต้องรับฟังและหาทางแก้ไขสำหรับการจัดการเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นกว่านี้ โดยเฉพาะ กกต. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบุคลากร และมีข้อมูลเกี่ยวกับคนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศอยู่ในมืออยู่แล้ว สามารถจัดการให้เสร็จที่ประเทศไทย และจัดส่งไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ลงทะเบียนไว้โดยตรงได้เลย
“เทคโนโลยีด้านการบริหารจัดการโลจิสติกส์ไปไกลมากแล้วครับ งบประมาณที่ถูกจัดไว้สำหรับการจัดการเลือกตั้ง กกต. สามารถที่จะไปว่าจ้างบริษัทโลจิสติกส์ระดับสากล (global logistics company) ให้เป็นผู้ดำเนินการ ไม่ควรโยนภาระทั้งหมดไปให้ กต. อย่างเช่นในปัจจุบัน เพราะหน้าที่หลักด้านการจัดการเลือกตั้งเป็นความรับผิดชอบของ กกต โดยตรง ขณะที่ กต. ควรทำหน้าที่เพียงสนับสนุนและอำนวยความสะดวกด้านการประสานงานเท่านั้น” นายเชตวัน ระบุ