พิพัฒน์ ปลุกโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 69 ขอคนไทยเลือกให้ชัด ฝ่ายรักชาติ-ไม่รักชาติ ยันภท.มียืนเคียงข้างทหาร ย้ำเป้าคว้า 31 สส.ใต้ ทวงคืนโครงสร้างพื้นฐาน 30 ปีที่หายไป บอกปมหมอสุภัทร ไม่ขอก้าวก่าย

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 28 ม.ค.2569 ที่จ.พังงา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำดูแลพื้นที่ภาคใต้ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงที่ประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ อ.ก.พ. กระทรวงสาธารณสุข มีมติปลด นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผอ.รพ.จะนะ จ.สงขลา ในฐานะผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 พรรคประชาชน ออกจากราชการว่า ส่วนตัวไม่ทราบเรื่องมากนัก

แต่อยากฝากให้พี่น้องชาวไทยและสื่อมวลชนช่วยกันแชร์ว่าการที่มีการจัดซื้อจัดจ้างอย่างเร่งด่วน จะต้องจัดซื้อในช่วงเดือนส.ค. ไม่ใช่ไปจัดซื้อในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. เพราะช่วงดังกล่าวไม่ใช่ช่วงเวลาเร่งด่วน อีกทั้งบริษัทที่นพ.สุภัทร จัดซื้อ ATK ก็ไม่ได้อยู่ในรายชื่อบริษัทที่นำเข้า

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระทรวงสาธารณสุข แต่ได้รับผลกระทบในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ในฐานะรมว.ท่องเที่ยวและกีฬาขณะนั้น ที่ต้องเดินหน้าแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยว และน่านฟ้าประเทศไทยถูกปิดลง จึงต้องดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับเข้ามาในไทย

ดังนั้น คำว่าวัคซีน, ATK, RT-PCR จึงมีความสำคัญที่สุดสำหรับตัวเอง ซึ่งเรื่องของนพ.สุภัทรขอให้เป็นเรื่องของกระทรวงสาธารณสุขที่ต้องไปว่ากัน ตนไม่ขอก้าวล่วง ส่วนอะไรที่ตนเป็นผู้รับผิดชอบในขณะนั้น ยืนยันว่าชี้แจงได้ แต่อะไรที่ไม่เกี่ยวข้อง ไม่ขอชี้แจง

นายพิพัฒน์ ยังยืนยันด้วยว่าในพื้นที่ 14 จังหวัดพื้นที่ภาคใต้ ทั้งหมด 59 เขต พรรคภูมิใจไทยจะได้สส.ไม่น้อยกว่า 31 เขต และจะรักษาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ให้อยู่ครบให้ได้ ฉะนั้น หากประชาชนมีความพอใจและเข้าใจนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ขอให้ช่วยกันเลือกเพื่อจะได้มีตัวแทนของพรรคภูมิใจไทยเข้าไปในสภามากยิ่งขึ้น

“30 ปีที่หายไปของพี่น้อง 14 จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ หากเรามีสส.เข้าไปสภาเยอะๆ จะได้ไปช่วยกันอภิปราย ขอหรือทักท้วงในประเด็นโครงสร้างพื้นฐานที่คนใต้ยังไม่ได้รับการตอบสนอง นี่คือสิ่งที่ผมและเพื่อนๆ ที่ร่วมสังฆกรรมและร่วมอุดมการณ์ทั้ง 31 คน จะต้องไปทวงคืนในสิ่งที่คนใต้ของพวกเราสูญหายไป”

เมื่อถามว่าเห็นด้วยหรือไม่ กับ แนวคิด ลุงตู่ไม่อยู่แล้วให้เลือกลุงหนู หรือการเมืองแบบเชิงยุทธศาสตร์ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า แนวคิดนี้ เป็นแนวความคิด ตนคิดว่าปัจจุบันนี้การเมืองควรจะเลือกฝ่ายว่า ฝ่ายที่รักชาติกับฝ่ายที่ไม่รักชาติ

อยากประกาศให้คนไทยฟังชัดๆ ว่าพรรคไหนที่รักชาติ ขอให้ช่วยกันเลือก ฝ่ายไหนที่ไม่รักชาติ ก็ไม่จำเป็นต้องเลือกเขา หรือฝ่ายไหนที่มีการละเลยเมื่อเกิดสงคราม เราก็ไม่ควรไปใส่ใจและผลักดันกับพรรคนั้น ถ้าถามตน ในคำถามที่แรงก็ต้องพูดตามความจริง ความรู้สึกส่วนบุคคล ฉะนั้น ถ้าถามตนก็ยืนตรง รักชาติ ตนมีความเป็นไทย

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนมีความภาคภูมิในความเป็นไทย ภาคภูมิที่ได้เกิดในประเทศไทย ฉะนั้น ขอฝากเพื่อนๆใน 14 จังหวัดภาคใต้ พวกเราควรเลือกหรือต้องเลือก หรือต้องตัดสินใจว่า พวกเราจะเลือกใครกันแน่ ทหารมีไว้ปกป้องอธิปไตยของประเทศไทย ไม่ใช่มีทหารไว้ทำอะไร นี่คือสิ่งที่ตนอยากจะสื่อสาร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน