“ยศชนัน” พอใจโพล คะแนนเพิ่ม “จุลพันธ์” เหน็บแรง ไม่เลือกเรา เขามาแน่ แต่เขากระโดงไปแล้ว ซัด รมต. แถลงชี้นำ ปมสแกมเมอร์ ไม่หวั่นอังเคิลกระทบคะแนน

เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 30 ม.ค. 2569 ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีผลโพลทุกสำนัก คะแนนของพรรคเพื่อไทยยังตามอยู่ ช่วงโค้งสุดท้ายพรรคจะทำอย่างไรเพื่อดันคะแนนขึ้นมาว่า โพลเป็นการใช้หลักการวิทยาศาสตร์ เป็นการสุ่ม โพลไหนที่เราได้น้อยเป็นไปไม่ได้ที่จะได้เยอะขึ้น แต่มีเปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเราพอใจมาก

ในกลุ่มที่เราได้น้อยเพิ่มขึ้นมา 3 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เรามีกำลังใจไปต่อได้ ในทางกลับกันบางโพลที่เรามีคะแนนสูงมาก ทำให้เรารู้สึกว่าสิ่งที่เราทำถูกต้อง ถูกหลัก สัปดาห์นี้จะเป็นสัปดาห์สุดท้ายที่โพลจะออก จากนั้นจะเป็น 7 วันแห่งความจริง ทุกคนจะเห็นว่าเรามีเสียงสนับสนุนมากมายแค่ไหน จากการลงพื้นที่ เรามาถูกทางแล้ว ประชาชนสามารถสื่อสารนโยบายของเราได้ชัดเจน และสามารถสอบถามนโยบายกับเราได้

เมื่อถามว่าช่วงโค้งสุดท้าย บางพรรคมีการเลือกข้าง เพื่อแยกประชาชนออกจากกัน นายยศชนัน กล่าวว่า หน้าที่ของพรรคการเมือง คือการทำให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า ประชาชนจะเป็นคนตัดสินใจ

เมื่อถามว่าในช่วงสุดท้ายมีการใช้วาทกรรมแบ่งแยก ระหว่างรักชาติกับไม่รักชาติ พรรคเพื่อไทยมองอย่างไร นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เราเห็นวิธีการนี้มาหลายครั้ง เป็นการแบ่งแยกประชาชน เราเคยเห็นพรรคเทพกับพรรคมาร เพื่อแบ่งแยกประชาชนให้ตัดสินใจเลือกข้างใด ซึ่งขัดกับสถานการณ์ปัจจุบัน

และจากโพลที่เปิดตัวนายยศชนัน เพียงแค่ 20 กว่าวัน เราติดท็อปสามเกือบทุกสำนัก ในการแข่งขันครั้งนี้เรามีโอกาสสูงมากที่จะชนะการเลือกตั้ง บางพรรคบอกว่าเป็นการเลือกระหว่างสองพรรค ซึ่งเป็นการปิดกั้นและดูถูกประชาชน อีกพรรคใช้คำว่ารักชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควร โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ชายแดน

ทุกพรรคและคนไทยทุกคนเรื่องชายแดนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน พรรคเพื่อไทยเราไม่เคยพูดปฏิเสธการทำงานของรัฐบาล และเราให้การสนับสนุนรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย ในเรื่องชายแดนอย่างเต็มที่ เรื่องของชาติเป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องอยู่ร่วมกัน

“การบอกว่าไม่เลือกเราเขามาแน่ แต่เขากระโดงไปแล้ว ถ้าเลือกเพื่อไทยเราจะให้ความเป็นธรรม เดินหน้าเรื่องคดีต่ออย่างแน่นอน ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพราะมีคำวินิจฉัยของศาลออกมาแล้ว ในเรื่องของเขากระโดง และจะตามต่อให้ครบถ้วน“ นายจุลพันธ์ กล่าว

เมื่อถามว่าถ้าพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยจับมือกัน เรื่องเขากระโดงจะสะดุดหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ในเวทีดีเบต หัวหน้าพรรคประชาชนถามตนว่าเรื่องนี้จะทำอย่างไร เราไม่มีข้อจำกัด และเราพิสูจน์แล้วว่า เรื่องนี้ท่านห่วงเรื่องคดี ตนห่วงกว่าท่านอีก เรื่องคดีเขากระโดง และคดีฮั้วสว. สิ่งที่เกิดขึ้น MOA มอบอำนาจให้รัฐบาลนายอนุทิน

สถานการณ์เรื่องคดีความวันนี้ก็เห็น คดีเขากระโดงหายไป คดีฮั้วสว.เงียบหาย คดีความของสส.เต็มไปหมด แต่เป็นคดีของสส.ที่กำลังแข่งขันกับพรรคภูมิใจไทย ตรงนี้ทุกคนเกิดข้อกังขาในเรื่องความยุติธรรมและความเหมาะสมของสถานการณ์

ในส่วนของพรรคเพื่อไทย เราพิสูจน์มาแล้วแม้แต่ตอนที่ร่วมรัฐบาลกัน เราก็ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการด้วยความอิสระ ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็ออกมาว่า รัฐมนตรีทั้งนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกฯ และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรมว.ยุติธรรม ไม่มีการแทรกแซง เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนปกติ

เมื่อพิสูจน์อย่างนี้แล้วครั้งหน้าเป็นรัฐบาล ไม่ว่าจะร่วมกับใครก็ตาม พวกตนยังคงติดตามเรื่องที่ผิดปกติ ไม่ถูก ไม่ชอบอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่ากรณีที่จะมีการเปิดชื่อนักการเมืองเอี่ยวสแกมเมอร์อย่างไร นายจุลพันธ์ กล่าวว่า พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม รู้กฎหมายดี พูดชัดว่าพูดก่อนไม่ได้ ถ้าพูดก่อนติดคุกคนแรก เพราะเป็นขั้นตอนกฎหมาย

แต่มีรัฐมนตรีที่ไม่เกี่ยวข้องหนึ่งท่านออกมาแถลงข่าวชี้นำสังคม เป็นกรณีที่ผิดปกติ และช่วงนี้สีน้ำเงินดูเหมือนจะใสกิ๊กผิดปกติกว่าคนอื่นเขา ซึ่งตรงนี้เป็นข้อสังเกตของทุกพรรคการเมือง

ส่วนเรื่องคดีความ ไม่ว่าพรรคการเมืองใด เราปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พรรคสีส้มที่โดนไป 2 คน พวกตนไม่เคยไปพูด สิ่งที่ต้องทำคือการสร้างกลไก ไม่ใช่การออกมาพูดบนเวที หรือการพูดว่าตัวเองดีกว่าคนอื่น หรือตัวเองขาว วันนี้พรรคเพื่อไทยเสนอรัฐบาลดิจิทัล เพื่อให้กลไกทั้งหมดกำกับควบคุมคอร์รัปชั่น

เมื่อถามว่าการออกมาเปิดรายชื่อในช่วงนี้ ทำให้มีความได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้งหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เป็นข้อสงสัยของทุกพรรคการเมืองว่า ขณะนี้เป็นการใช้กลไกรัฐในการดำเนินคดี ในช่วงก่อนลงคะแนนเลือกตั้งหรือไม่

เมื่อถามว่าในช่วงหลังมีการพูดถึงคลิปอังเคิล จะส่งผลกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า “ไม่ครับ ดีครับ พูดมาจะได้ชี้แจง เพราะเรายืนยันเจตนาของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ ในวันนั้น ถ้ามีใจที่เป็นธรรมจะเห็นว่าสิ่งที่ท่านทำในวันนั้น เพื่อยุติความรุนแรง ไม่อยากให้เกิดการปะทะและเสียชีวิต”

เมื่อถามถึงการลงพื้นที่อีสานใต้ที่เป็นพื้นที่ชายแดน มีความกังวลหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า เราสื่อสารกับประชาชนได้ชัดเจน สิ่งที่เป็นข่าวกับการกระทำของเราไม่ตรงกัน เราพยายามทำนโยบายดูแลพื้นที่และปกป้องอธิปไตยต่างๆ เมื่อลงพื้นที่ไปประชาชนก็เข้าใจ สิ่งนี้ทำให้เรารู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงกำลังไปในทางที่ดี และพรรคเพื่อไทยพร้อมแล้วที่จะเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง

เมื่อถามว่าธนาคารแห่งประเทศไทย ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่ามีการถอนเงินแบงค์ 100 และ 500 เป็นจำนวนมาก พรรคเพื่อไทยมีจุดยืนเรื่องการป้องกันการซื้อเสียงอย่างไร นายยศชนัน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีกลไกตรวจสอบเรื่องนี้โดยตั้งคณะทำงานติดตามอย่างใกล้ชิด และอยากให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระมัดระวังในเรื่องนี้ เพราะเสียงของประชาชนในครั้งนี้สำคัญที่ทำให้ประเทศไปข้างหน้า

เมื่อถามว่านอกจากการซื้อเสียงแล้ว มีความกังวลเรื่องการใช้อำนาจรัฐหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า มันเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นจริงๆ เรื่องนี้ตนท้วงตั้งแต่ก่อนจัดตั้งรัฐบาลของนายอนุทินแล้วว่าจะเกิดการโยกย้ายข้าราชการครั้งใหญ่เพื่อเตรียมการเลือกตั้ง และก็เกิดขึ้นจริงๆ

ขนาดเข้าสู่การเลือกตั้งก็ยังมีการโยกย้ายข้าราชการ โดยเฉพาะในส่วนของกระทรวงมหาดไทยอย่างผิดปกติ เป็นการโยกย้ายนอกฤดูกาลที่มันใหญ่ขนาดนี้ ตนอยู่การเมืองมา 20-30 ปี ไม่เคยเห็นการโยกย้ายที่ผิดปกติขนาดนี้ ตรงนี้เป็นข้อสังเกตที่ต้องเข้าไปตรวจสอบ มีการพูดกันว่าให้สัญญาเรื่องการเลื่อนขั้นจากผลการเลือกตั้ง เราห่วงตรงนี้

อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยไม่กลัว เพราะเราผ่านการเลือกตั้งมาหลายครั้ง เจออุปสรรคลักษณะนี้มาหลายครั้ง เช่นการเลือกตั้งหลักการรัฐประหารเป็นเรื่องของอำนาจรัฐที่ปะทะกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งเรามีหลังพิงอย่างเดียวคือประชาชน ครั้งนี้ก็ไม่แตกต่างจากเดิม เรามีความเชื่อมั่นว่าประชาชนจะให้การสนับสนุนพาเราไปข้างหน้า

เมื่อถามถึงความมั่นใจหลังการลงพื้นที่เชียงใหม่รอบที่ 2 นายยศชนัน กล่าวว่า “มั่นใจมากๆ สิ่งสำคัญคือผู้สมัครสส.ของพรรคเพื่อไทยทุกคนลงพื้นที่มาก่อน วันนี้เราพร้อมจริงๆ ในการส่งมอบนโยบายเพื่อประชาชน

เมื่อถามว่ามั่นใจรักษาแชมป์เก้าอี้ สส.ภาคเหนือ ได้หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า เราเป็นพรรคการเมืองที่ดูแลภาคเหนืออย่างยาวนานไม่ขาดตกบกพร่อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน